Logitech G733 Lightspeed เป็นหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ครองใจเกมเมอร์มาตั้งแต่ปี 2020 ด้วยจุดเด่นหลักคือน้ำหนักเบาเพียง 278 กรัม แบตเตอรี่อึดถึง 29 ชั่วโมง และระบบไร้สาย LIGHTSPEED ที่มีความล่าช้าเพียง 1 มิลลิวินาที หลังจากผ่านมากว่า 5 ปี หูฟังรุ่นนี้ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในกลุ่มเกมเมอร์ที่มองหาหูฟังเกมมิ่งไร้สายน้ำหนักเบาในราคาที่จับต้องได้
ปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2026) ราคาของ G733 ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 2,890-3,650 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาเปิดตัวที่ 4,790 บาทมาก ทำให้หูฟังรุ่นนี้กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการหูฟังไร้สายคุณภาพดีโดยไม่ต้องเจ็บกระเป๋า บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Logitech G733 อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งสเปค การใช้งานจริง จุดเด่น ข้อจำกัด และคำแนะนำว่าอุปกรณ์เกมมิ่งรุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง
เช็คราคาและโปรโมชันล่าสุดจาก Shopee ได้เลย มีส่วนลดและโค้ดฟรีรอคุณอยู่
📋 สรุปข้อมูลสำคัญ Logitech G733 Lightspeed
| ประเภท | หูฟังเกมมิ่งไร้สาย Over-Ear |
| น้ำหนัก | 278 กรัม (เบาที่สุดในระดับราคาเดียวกัน) |
| การเชื่อมต่อ | LIGHTSPEED Wireless 2.4GHz (ระยะ 20 เมตร) |
| แบตเตอรี่ | 29 ชม. (ปิด RGB) / 20 ชม. (เปิด RGB) |
| ไดรเวอร์ | PRO-G 40mm |
| ไมโครโฟน | Boom Mic แบบถอดได้ + Blue VO!CE |
| ระบบเสียง | DTS Headphone:X 2.0 (7.1 Surround) |
| RGB | LIGHTSYNC RGB 2 โซนด้านหน้า |
| ราคา | 2,890-3,650 บาท |
| เหมาะกับ | FPS, MOBA, Battle Royale, Streamer |
🎧 สเปคเทคนิค Logitech G733 Lightspeed
ระบบเสียงและไดรเวอร์
Logitech G733 ติดตั้งไดรเวอร์ PRO-G ขนาด 40mm ที่ออกแบบมาเฉพาะโดย Logitech เพื่อลดการบิดเบือนเสียงและให้ความถี่ตอบสนองที่กว้าง ไดรเวอร์นี้ครอบคลุมความถี่ 20 Hz – 20 kHz ซึ่งเพียงพอสำหรับการเล่นเกมและฟังเพลงทั่วไป ความต้านทานอยู่ที่ 39 Ohms (Passive) และ 5k Ohms (Active) ในขณะที่ความไวอยู่ที่ 87.5 dB SPL/mW
จุดเด่นของระบบเสียงคือ DTS Headphone:X 2.0 ที่สร้างเสียงเซอร์ราวนด์เสมือน 7.1 ช่วยให้ผู้เล่นสามารถระบุทิศทางของเสียงฝีเท้า เสียงกระสุน และเสียงสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำในเกม FPS และ Battle Royale อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Surround นี้จะใช้งานได้เต็มที่เฉพาะบน PC ผ่านซอฟต์แวร์ Logitech G HUB เท่านั้น ถ้าใช้กับ PlayStation หรือ Nintendo Switch จะได้เพียงเสียงสเตอริโอธรรมดา
ไมโครโฟน Blue VO!CE
หูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้มาพร้อมไมโครโฟน Boom แบบถอดได้ขนาด 6mm ที่รับเสียงแบบ Cardioid (Unidirectional) ครอบคลุมความถี่ 100 Hz – 10 kHz จุดเด่นที่สำคัญคือเทคโนโลยี Blue VO!CE ซึ่งเป็นระบบประมวลผลเสียงแบบเรียลไทม์ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงไมโครโฟนให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Blue VO!CE มีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น Noise Reduction (กรองเสียงรบกวนพื้นหลัง), De-esser (ลดเสียงพยัญชนะแหลม), Compressor และ Preset มากมายสำหรับการสตรีมหรือพูดคุยในเกม นักรีวิวหลายคนยืนยันว่าเมื่อเปิดใช้งาน Blue VO!CE ผ่าน G HUB คุณภาพเสียงไมค์จะดีขึ้นอย่างมาก แม้ว่าฮาร์ดแวร์ไมโครโฟนตัวเองจะอยู่ในระดับปานกลาง
LIGHTSPEED Wireless และแบตเตอรี่
ระบบไร้สาย LIGHTSPEED ของ Logitech เป็นที่ยอมรับในแวดวงเกมมิ่งว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เสถียรและมีความล่าช้าต่ำที่สุด การเชื่อมต่อผ่าน USB Dongle ขนาดเล็กให้ความล่าช้าเพียง 1 มิลลิวินาที ซึ่งเทียบเท่ากับหูฟังแบบมีสายทั่วไป ระยะการเชื่อมต่อสูงสุด 20 เมตร ทำให้คุณสามารถเดินไปมาในห้องได้โดยไม่สะดุด
แบตเตอรี่เป็นอีกจุดเด่นที่โดดเด่น G733 ให้อายุการใช้งานถึง 29 ชั่วโมง เมื่อปิดไฟ RGB และ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิดไฟ RGB แบบ Default ซึ่งยาวกว่าคู่แข่งอย่าง Logitech G Pro X Wireless (20 ชม.) และ SteelSeries Arctis 7 (24 ชม.) หูฟังชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจนเต็ม ข้อจำกัดเดียวคือ G733 ไม่รองรับ Bluetooth ใช้ได้เฉพาะผ่าน USB Dongle เท่านั้น

🎨 Design & Build Quality: สวยงามและน้ำหนักเบาที่สุด
Logitech G733 มีน้ำหนักเพียง 278 กรัม ทำให้เป็นหนึ่งในหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่เบาที่สุดในตลาด เบากว่า SteelSeries Arctis 7 ถึง 75 กรัม และเบากว่า Logitech G Pro X Wireless ถึง 92 กรัม ความเบานี้ส่งผลโดยตรงต่อความสบายในการสวมใส่ระยะยาว นักรีวิวหลายคนยืนยันว่าสามารถใส่เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่รู้สึกปวดคอหรือเมื่อย
โครงสร้างทำจากพลาสติกคุณภาพสูงที่แข็งแรงแต่เบา Ear Pad ใช้ Memory Foam 2 ชั้นพร้อมผ้าคลุมที่นุ่มและระบายอากาศได้ดี ลดการสะสมความร้อนและเหงื่อขณะเล่นเกมนาน ๆ สายคาดศีรษะใช้ระบบ Suspension แบบผ้ายืดหยุ่น ที่กระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอทั่วศีรษะ ไม่กดจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป สายคาดยังสามารถปรับกลับด้านได้ (Reversible) และมีอุปกรณ์เสริมสายคาดหลากสีจำหน่ายแยกต่างหากสำหรับผู้ที่ชอบปรับแต่ง
จุดเด่นของดีไซน์คือไฟ LIGHTSYNC RGB ที่วางอยู่ด้านหน้าหูฟังทั้ง 2 ข้าง (Front-Facing) ต่างจากหูฟังทั่วไปที่ไฟอยู่ด้านข้าง การออกแบบนี้เหมาะสำหรับ Streamer เพราะไฟ RGB จะมองเห็นได้บนกล้อง สามารถปรับสีได้ 16.8 ล้านสี มีโหมด Audio Visualizer ที่ไฟเปลี่ยนตามจังหวะเสียง และสามารถ Sync กับเมาส์และคีย์บอร์ด Logitech G อื่น ๆ ได้
G733 มีจำหน่าย 4 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีขาว (White), สีฟ้า (Blue) และสีม่วงอ่อน (Lilac) ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้ ปุ่มควบคุมบนหูฟังมีเพียง ปุ่มเปิด-ปิด, ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Mute ไมโครโฟน การปรับแต่งเสิร์ต EQ, Surround Sound และ RGB ต้องทำผ่าน Logitech G HUB

⚡ Performance: เสียงสมดุล เหมาะกับเกมแข่งขัน
คุณภาพเสียงในเกม FPS และ Battle Royale
Logitech G733 ให้ Sound Profile ที่ค่อนข้าง Neutral (เป็นกลาง) โดย Default ไม่ได้เน้นเบสมากจนเกินไปเหมือนหูฟังเกมมิ่งทั่วไป ทำให้ผู้เล่นสามารถได้ยินรายละเอียดของเสียงฝีเท้า เสียงรีโหลดอาวุธ และเสียงสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจน จุดนี้ทำให้ G733 เหมาะกับเกม FPS Competitive อย่าง Valorant, CS:GO และ Rainbow Six Siege
ในการทดสอบกับเกม Valorant และ CS:GO นักรีวิวระบุว่าสามารถระบุทิศทางของเสียงฝีเท้าได้แม่นยำ ทั้งซ้าย-ขวา และหน้า-หลัง เสียงกระสุนและระเบิดมีพลังดี ไม่ดังจนบดบังเสียงอื่น เมื่อเปิด DTS Surround 7.1 มิติของเสียงจะกว้างขึ้น ช่วยในการแยกทิศทางได้ดีขึ้น แต่บางผู้ใช้พบว่า Surround Mode ทำให้เบสบานเกินไป และเสียงอาจเบลอเมื่อมีเสียงหลายอย่างพร้อมกัน ดังนั้นหลายคนเลือกปิด Surround และใช้เสียงสเตอริโอธรรมดาแทน
สำหรับเกม Battle Royale อย่าง PUBG, Warzone และ Apex Legends เสียงระเบิดและกระสุนฟังสมจริง Surround ช่วยให้รู้ว่าศัตรูอยู่ทิศไหน แต่มีผู้ใช้บางคนรายงานว่าระดับเสียง Output ต่ำเกินไป โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน อาจต้องใช้ Equalizer APO เพื่อเพิ่มเสียง
เหมาะกับเกม MOBA และ MMORPG
สำหรับเกม MOBA อย่าง Dota 2 และ League of Legends น้ำหนักเบาของ G733 ทำให้สวมใส่นาน ๆ สบาย เหมาะสำหรับแมตช์ยาว ได้ยินเสียงประกาศ เสียง Skill และเสียงสิ่งแวดล้อมชัดเจน ไมโครโฟนดีพอสำหรับการสื่อสารทีม (ถ้าไม่ได้เป็น Professional Streamer) แบตเตอรี่ 29 ชั่วโมงทำให้เล่นได้หลายวันโดยไม่ต้องชาร์จ
ในเกม MMORPG และ RPG อย่าง Cyberpunk 2077, The Witcher 3 และ Final Fantasy XIV ระบบ Surround Sound ช่วยสร้างความดื่มด่ำในโลกเกม เสียงกลางดี เหมาะสำหรับฟังบทสนทนาตัวละคร อย่างไรก็ตาม Soundstage ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับหูฟังระดับ Audiophile อาจไม่ได้ความ Epic เท่าที่ควร
คุณภาพไมโครโฟน
ไมโครโฟนของ G733 เป็นจุดที่ได้รับความเห็นหลากหลาย ฮาร์ดแวร์ไมโครโฟนตัวเองอยู่ในระดับปานกลาง-แย่ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ G Pro X Wireless หรือ SteelSeries Arctis 7 บางผู้ใช้พบเสียง Static เหมือนน้ำตกหรือเสียงแหนงตลอดเวลา
แต่เมื่อเปิดใช้งาน Blue VO!CE ผ่าน Logitech G HUB คุณภาพเสียงไมค์จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Filter Noise Reduction ช่วยกรองเสียงรบกวนพื้นหลัง De-esser ลดเสียงพยัญชนะแหลม ทำให้เสียงพูดชัดเจนขึ้น นักรีวิวหลายคนยืนยันว่า G733 พร้อม Blue VO!CE ให้คุณภาพไมค์ที่ดีพอสำหรับเกมเมอร์ทั่วไป แต่ถ้าเป็น Professional Streamer ควรลงทุนซื้อไมค์แยกเช่น HyperX SoloCast หรือ Blue Yeti แทน

✨ ฟีเจอร์เด่นและซอฟต์แวร์ Logitech G HUB
Logitech G733 ใช้ซอฟต์แวร์ Logitech G HUB เป็นศูนย์กลางในการปรับแต่งฟีเจอร์ต่าง ๆ ผ่าน G HUB คุณสามารถ:
- ปรับ EQ (Equalizer): มี Preset หลากหลายเช่น FPS, MOBA, Bass Boost หรือสร้าง Custom EQ ได้เอง
- เปิด/ปิด DTS Headphone:X 2.0: เสียงเซอร์ราวนด์ 7.1 สำหรับเพิ่มมิติเสียง
- ปรับแต่งไมค์ด้วย Blue VO!CE: เลือก Preset, ปรับ Noise Reduction, De-esser, Compressor, EQ ของไมค์
- ปรับแต่งไฟ RGB: เลือกสี โหมด Audio Visualizer, Breathing, Color Wave หรือ Sync กับอุปกรณ์ Logitech G อื่น ๆ
- ตรวจสอบแบตเตอรี่: ดูระดับแบตคงเหลือและเวลาการใช้งานโดยประมาณ
แม้ว่า G HUB จะมีฟีเจอร์ครบครัน แต่ซอฟต์แวร์นี้มีประวัติปัญหามากมาย ผู้ใช้หลายคนรายงานว่า G HUB ขัดข้อง ฟีเจอร์หายไป หรือไม่สามารถปรับ EQ และ Surround บางเครื่องได้ บางครั้งต้อง Reset หรือติดตั้งใหม่ทั้งโปรแกรม การตั้งค่าอาจไม่ Save ถ้าปิด G HUB นักรีวิว IGN ระบุว่า Software เป็นปัญหาใหญ่ที่อาจทำให้ประสบการณ์การใช้งานไม่ดีเท่าที่ควร
สำหรับผู้ใช้ PlayStation 4/5 และ Nintendo Switch ฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งหมดจะใช้ไม่ได้ จะได้เพียงเสียงสเตอริโอธรรมดาผ่าน USB Dongle เท่านั้น ไม่มี DTS Surround, Blue VO!CE หรือการปรับแต่ง RGB

👍 ข้อดี / 👎 ข้อเสีย
ข้อดี
- น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ (278g): เบากว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ ใส่นาน ๆ สบาย ไม่ปวดคอ
- แบตเตอรี่อึด 29 ชั่วโมง: ยาวกว่า G Pro X Wireless และ Arctis 7
- LIGHTSPEED Wireless เสถียร: ความล่าช้าต่ำ 1ms ไม่มี Lag
- เสียงสมดุล เหมาะเกมแข่งขัน: ฟังเสียงฝีเท้าและรายละเอียดชัด
- Blue VO!CE ช่วยปรับไมค์ได้มาก: ทำให้ไมค์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- RGB สวยงาม Front-Facing: เหมาะสำหรับ Streamer
- Memory Foam นุ่ม ระบายอากาศดี: ไม่ร้อนอบอ้าว
- ราคาลดลงมาก: จาก 4,790 เหลือ 2,890-3,650 บาท คุ้มค่ามาก
- มี 4 สีให้เลือก: ดำ ขาว ฟ้า ม่วงอ่อน
ข้อเสีย
- ไมโครโฟนคุณภาพปานกลาง-แย่: ต้องใช้ Blue VO!CE ถึงจะดี มีเสียง Static บางเครื่อง
- ไม่มี Bluetooth: ใช้กับมือถือไม่สะดวก ต้องมี USB Adapter
- Noise Isolation แย่: ไม่ตัดเสียงรอบข้าง เสียงรั่วออกนอก
- G HUB มีปัญหาบ่อย: ขัดข้อง ฟีเจอร์หายไป ต้อง Reset
- เสียงขาดเบส Soundstage เล็ก: ไม่เหมาะสำหรับ Audiophile
- ไม่มีสาย 3.5mm สำรอง: ถ้าหาย Dongle ใช้ไม่ได้ (ซื้อแยกไม่ได้)
- ฟีเจอร์ใช้ไม่ได้บนคอนโซล: PlayStation/Switch ได้แค่เสียงสเตอริโอ
- ไมค์ปรับไม่ได้: ไม่สามารถพับขึ้นได้ ต้องถอดออก
- Surround อาจทำให้เบสบาน: บางคนปิดใช้เสียงสเตอริโอดีกว่า
⚖️ เปรียบเทียบคู่แข่ง
Logitech G733 vs Logitech G Pro X Wireless
| คุณสมบัติ | G733 | G Pro X Wireless |
| น้ำหนัก | 278g ⚡ | 370g |
| ไดรเวอร์ | PRO-G 40mm | Hybrid 50mm ⭐ |
| แบตเตอรี่ | 29 ชม. ⚡ | 20 ชม. |
| RGB | ✅ | ❌ |
| วัสดุ | พลาสติก | อลูมิเนียม ⭐ |
| ราคา | ~3,000 บาท | ~6,000+ บาท |
G733 เหนือกว่า: เบากว่า 92g, แบตอึดกว่า 9 ชม., ถูกกว่าเกือบครึ่งราคา, มี RGB
G Pro X Wireless เหนือกว่า: เสียงดีกว่า, ไมค์ดีกว่า, วัสดุพรีเมียมกว่า
สรุป: เลือก G733 ถ้างบจำกัด ต้องการความเบาและแบตอึด / เลือก G Pro X Wireless ถ้างบพอและต้องการคุณภาพเสียงสูงสุด
Logitech G733 vs SteelSeries Arctis 7
| คุณสมบัติ | G733 | Arctis 7 |
| น้ำหนัก | 278g ⚡ | 353g |
| แบตเตอรี่ | 29 ชม. ⚡ | 24 ชม. |
| RGB | ✅ | ❌ |
| สาย 3.5mm | ❌ | ✅ ⭐ |
| Build Quality | ดี | ดีกว่า ⭐ |
| ราคา | ~3,000 บาท | ~4,000-5,000 บาท |
G733 เหนือกว่า: เบากว่า 75g, แบตอึดกว่า 5 ชม., มี RGB, ถูกกว่า
Arctis 7 เหนือกว่า: Build Quality ดีกว่า, ไมค์ดีกว่า, มีสาย 3.5mm สำรอง
สรุป: เลือก G733 ถ้าต้องการความเบา แบตอึด RGB ในราคาถูกกว่า / เลือก Arctis 7 ถ้าต้องการ Build Quality และความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ

👥 เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
✅ เหมาะสมมากสำหรับ
- Streamer และ Content Creator: ไฟ RGB Front-Facing สวยบนกล้อง น้ำหนักเบาใส่ Stream นาน ๆ
- เกมเมอร์ที่เล่นนาน ๆ: น้ำหนัก 278g ใส่ไม่ปวดคอ แบต 29 ชม. ไม่ต้องชาร์จบ่อย
- ผู้เล่น FPS Competitive: เสียง Neutral แยกทิศทางชัด เหมาะ Valorant, CS:GO
- ผู้ใช้ PC/Mac: ใช้ฟีเจอร์ได้เต็มที่ผ่าน G HUB
- คนที่ชอบ Personalization: มี 4 สี RGB ปรับได้ มีอุปกรณ์เสริม
- งบ 3,000 บาท: ต้องการหูฟังไร้สาย Low Latency คุณภาพดี
❌ ไม่เหมาะสำหรับ
- Audiophile: เสียงขาดเบส Soundstage เล็ก ควรเลือก Audiophile Headphone
- Professional Streamer: ไมค์ปานกลาง-แย่ ควรซื้อไมค์แยก
- Xbox Gamer: ไม่รองรับ Xbox ต้องมีพอร์ต USB
- คนที่ใช้กับมือถือ: ไม่มี Bluetooth
- คนต้องการ Noise Cancelling: ไม่มี ANC, Isolation แย่
- PlayStation Gamer ต้องการฟีเจอร์เต็ม: ฟีเจอร์ขั้นสูงใช้ไม่ได้บนคอนโซล
💭 สรุปและคำแนะนำสุดท้าย
Logitech G733 Lightspeed คือหูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ครบเครื่องสำหรับเกมเมอร์ส่วนใหญ่ ด้วยน้ำหนักเพียง 278 กรัม แบตเตอรี่ 29 ชั่วโมง และระบบไร้สาย LIGHTSPEED ที่มี Latency ต่ำเพียง 1 มิลลิวินาที หูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์ทั้งความสบาย ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบาย
จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดคือน้ำหนักเบา ทำให้สามารถสวมใส่เล่นเกมได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเมื่อยคอหรือปวดหู เสียงมี Sound Profile ที่ Neutral เหมาะกับเกมแข่งขันโดยเฉพาะ FPS และ Battle Royale ระบบ Blue VO!CE ช่วยปรับปรุงไมโครโฟนให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และไฟ RGB แบบ Front-Facing เหมาะสำหรับ Streamer
อย่างไรก็ตาม G733 มีข้อจำกัดบางประการที่ควรรู้ ไมโครโฟนฮาร์ดแวร์อยู่ในระดับปานกลาง-แย่ (แต่ Blue VO!CE ช่วยได้มาก) ไม่มี Bluetooth ทำให้ใช้กับมือถือไม่สะดวก Noise Isolation แย่ และ G HUB Software มีปัญหาบ่อย นอกจากนี้ฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งหมดจะใช้ไม่ได้บนคอนโซล PlayStation และ Nintendo Switch
ในราคาปัจจุบัน 2,890-3,650 บาท (ลดจาก 4,790 บาท) G733 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับหูฟังเกมมิ่งไร้สายในกลุ่มราคานี้ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการหูฟังน้ำหนักเบา แบตอึด และมีฟีเจอร์ครบครัน โดยไม่ต้องจ่ายเงินเกิน 6,000 บาทสำหรับ G Pro X Wireless
คำแนะนำสุดท้าย: ซื้อ G733 ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ PC ที่เล่น FPS/MOBA ต้องการความสบายในการใส่ระยะยาว และต้องการหูฟังไร้สายคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล แต่ถ้าคุณเป็น Professional Streamer ควรลงทุนซื้อไมค์แยกเพิ่ม และถ้าคุณเป็น Audiophile หรือต้องการหูฟังสำหรับฟังเพลงเป็นหลัก ควรมองหาตัวเลือกอื่นที่เน้นคุณภาพเสียงมากกว่า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหูฟังเกมมิ่ง 7.1 Surroundในราคาไม่เกิน 4,000 บาท Logitech G733 Lightspeed คือตัวเลือกที่แนะนำอย่างยิ่ง

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Logitech G733 ราคาเท่าไหร่ในไทย?
ราคาปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2026) อยู่ที่ 2,890-3,650 บาท บน Shopee, Lazada และร้านจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกกว่าราคาเปิดตัวเดิม (4,790 บาท) มาก ราคาอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับสีและร้านค้า
2. Logitech G733 ใช้กับ PS5 ได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ฟีเจอร์ขั้นสูงจะใช้งานไม่ได้ บน PlayStation 5 คุณจะได้เพียงเสียงสเตอริโอธรรมดาผ่าน USB Dongle ฟีเจอร์ DTS Headphone:X 2.0 Surround, Blue VO!CE และการปรับแต่ง LIGHTSYNC RGB จะใช้งานไม่ได้ ต้องเชื่อมต่อกับ PC ผ่าน G HUB ถึงจะใช้ฟีเจอร์เต็มที่
3. Logitech G733 มี Bluetooth ไหม?
ไม่มี G733 ใช้ระบบ LIGHTSPEED Wireless (2.4GHz) ผ่าน USB Dongle เท่านั้น ถ้าต้องการใช้กับมือถือจะต้องมี USB OTG Adapter ซึ่งไม่สะดวกเท่าหูฟังที่มี Bluetooth ถ้าต้องการหูฟังที่มี Bluetooth ควรพิจารณารุ่นอื่นแทน
4. Logitech G733 แบตอยู่นานแค่ไหน?
แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งาน 29 ชั่วโมง เมื่อปิดไฟ RGB และ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิดไฟ RGB แบบ Default ชาร์จผ่านพอร์ต USB-C ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจนเต็ม ซึ่งยาวกว่าคู่แข่งอย่าง Logitech G Pro X Wireless (20 ชม.) และ SteelSeries Arctis 7 (24 ชม.)
5. Logitech G733 ไมค์ดีไหม?
ฮาร์ดแวร์ไมโครโฟนอยู่ในระดับปานกลาง-แย่ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่เมื่อเปิดใช้งานเทคโนโลยี Blue VO!CE ผ่าน Logitech G HUB คุณภาพเสียงจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดีพอสำหรับเกมเมอร์ทั่วไปและการสตรีมระดับ Hobby แต่ถ้าเป็น Professional Streamer ควรลงทุนซื้อไมค์แยกเช่น HyperX SoloCast หรือ Blue Yeti
6. Logitech G733 เหมาะกับเกมประเภทไหน?
เหมาะมากสำหรับเกม FPS Competitive (Valorant, CS:GO, Rainbow Six Siege) เพราะเสียงแยกทิศทางได้ชัด ฟังเสียงฝีเท้าและรายละเอียดได้ดี เหมาะสำหรับเกม Battle Royale (PUBG, Warzone, Apex Legends), MOBA (Dota 2, LoL), MMORPG และ Casual Gaming เช่นกัน น้ำหนักเบาทำให้เล่นได้นาน ๆ สบาย
7. Logitech G733 vs G535 ซื้ออันไหนดี?
G535 ดีกว่า G733 ในหลายด้าน: เบากว่า (226g vs 278g), แบตอึดกว่า (33-35 ชม. vs 29 ชม.), ชาร์จเร็วกว่า (1.5 ชม. vs 4 ชม.), เสียงดีกว่า และไมค์พับได้ แต่ไม่มี RGB และแพงกว่า 500-1,000 บาท ถ้าไม่สนใจ RGB แนะนำ G535 มากกว่า แต่ถ้าต้องการ RGB, Blue VO!CE และราคาถูกกว่า เลือก G733
หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์เกมมิ่งชิ้นอื่น ๆ เพื่อเติมเต็มเซ็ตอัพ ลองดูเมาส์ไร้สาย vs เมาส์มีสายหรือเรียนรู้เกี่ยวกับคีย์บอร์ด Mechanical vs Membraneเพื่อตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะกับคุณมากที่สุด
