รีวิว ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint: เมาส์เกมมิ่ง FPS 36,000 DPI พร้อมระบบ Hot-Swap ในราคา 2,800 บาท

หากคุณกำลังมองหาเมาส์เกมมิ่งไร้สายที่มาพร้อมเซนเซอร์ระดับ flagship, ระบบเปลี่ยนสวิตช์ได้เอง, และแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในกลุ่ม ในราคาที่ไม่ทำลายกระเป๋าเงิน ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 สำหรับนักเล่น FPS และเกม Competitive ที่ต้องการความแม่นยำสูง

เปิดตัวมาตั้งแต่สิงหาคม 2022 เมาส์รุ่นนี้ยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ ของเมาส์ไร้สายระดับกลาง-บน ด้วยจุดเด่นตัวเซนเซอร์ ROG AimPoint 36,000 DPI ที่ให้ความแม่นยำสูงกว่าคู่แข่ง, ระบบ Push-Fit Switch Socket II ที่เปลี่ยนสวิตช์ได้ง่ายโดยไม่ต้องบัดกรี, และแบตเตอรี่ขนาด 370mAh ที่ให้อายุการใช้งานสูงสุด 119 ชั่วโมง ในโหมด 2.4 GHz

ในรีวิวนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับทุกด้านของเมาส์ตัวนี้ ตั้งแต่สเปคเทคนิค, การใช้งานจริง, ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกัน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า ROG Gladius III Wireless AimPoint เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณหรือไม่

🔥 สนใจ ROG Gladius III Wireless AimPoint?

เช็คราคาและโปรโมชันล่าสุดจาก Shopee ได้เลย

Table of Contents

📋 สรุปเร็ว: สเปคสำคัญของ ROG Gladius III Wireless AimPoint

ก่อนจะลงรายละเอียดลึก มาดูข้อมูลสรุปแบบเร็วๆ ก่อน เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของเมาส์ตัวนี้

รายการรายละเอียด
เซนเซอร์ROG AimPoint Optical Sensor
DPI สูงสุด36,000 DPI (ปรับทีละ 50 DPI)
Polling Rate1,000 Hz
น้ำหนัก79 กรัม
การเชื่อมต่อ2.4 GHz RF / Bluetooth 5.1 / USB-C Wired
แบตเตอรี่119 ชม. (2.4GHz) / 143 ชม. (BT)
Hot-Swappable✅ รองรับ 3-pin + 5-pin switches
ราคา฿2,800-3,990

🔧 สเปคเทคนิคแบบละเอียด

เซนเซอร์และประสิทธิภาพ

จุดขายหลักของ ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint คือตัวเซนเซอร์ ROG AimPoint ที่ ASUS พัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะสำหรับเมาส์ระดับ flagship ของแบรนด์ เซนเซอร์ตัวนี้มีความสามารถในการติดตามการเคลื่อนไหวที่แม่นยำระดับ professional

  • DPI Range: 100-36,000 DPI (ปรับได้ทีละ 50 DPI)
  • CPI Deviation: น้อยกว่า 1% – แม่นยำกว่าเซนเซอร์ทั่วไปที่มักอยู่ที่ 2-3%
  • Max Tracking Speed: 650 IPS (inches per second) – เหมาะสำหรับ flick shot แบบรวดเร็ว
  • Max Acceleration: 50G – รับมือกับการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงได้
  • Polling Rate: 1,000 Hz – อัพเดตตำแหน่ง 1,000 ครั้งต่อวินาที
  • NVIDIA Reflex Support: วัด input latency ได้แม่นยำสำหรับ competitive gaming

ค่า CPI deviation ที่ต่ำกว่า 1% นี้หมายความว่า เมื่อคุณตั้ง DPI ไว้ที่ 800 เมาส์จะเคลื่อนที่ได้แม่นยำ 800±8 DPI เท่านั้น ซึ่งดีกว่าเมาส์ทั่วไปที่มักมี deviation ที่ 2-3% หรือประมาณ 800±16-24 DPI ตามข้อมูลจาก RTINGS Mouse Testing Methodology ที่ระบุว่า CPI deviation ต่ำกว่า 1% ถือเป็นมาตรฐานระดับ professional gaming mouse

การออกแบบและวัสดุ

รูปทรง ergonomic แบบมือขวา (right-handed asymmetrical) ออกแบบมาเพื่อให้จับแบบ palm grip และ relaxed claw grip ได้อย่างสบาย ตัวเมาส์มีขนาด 123 x 68 x 44 มม. เหมาะกับมือขนาดกลาง-ใหญ่ (18-21 ซม.) น้ำหนัก 79 กรัม ถือว่าเบาพอสำหรับการเล่นเกม FPS แบบต่อเนื่อง แต่ยังรู้สึกมีน้ำหนักเวลาควบคุม

ตัวเมาส์ทำจาก matte plastic พร้อม textured sides บริเวณที่จับ ซึ่งช่วยให้ไม่ลื่นมือ แถมยังมา grip tape ลายพิเศษของ ROG ในกล่องให้อีก 4 ชิ้น สำหรับคนที่ชอบความกระชับในการจับเพิ่มขึ้น Mouse feet เป็น 100% PTFE (เทฟลอน) ช่วยให้เลื่อนบน mousepad ได้ลื่นไหล

ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint มุมด้านข้างแสดงรูปทรง ergonomic

การเชื่อมต่อและแบตเตอรี่

ด้านการเชื่อมต่อ Gladius III AimPoint มาพร้อม Tri-mode connectivity ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง:

  • 2.4 GHz RF Wireless – เหมาะสำหรับเล่นเกม มี latency ต่ำที่สุด ใช้ ROG SpeedNova technology ลด lag
  • Bluetooth 5.1 – เหมาะสำหรับทำงานทั่วไป จับคู่ได้ 3 เครื่องพร้อมกัน
  • USB-C Wired – ชาร์จและเล่นไปพร้อมกัน ใช้สาย ROG Paracord 2 เมตร

แบตเตอรี่ขนาด 370mAh ให้อายุการใช้งานที่ยาวนานมาก โดย ASUS อ้างว่าในโหมด 2.4 GHz (ปิด RGB) ใช้ได้ถึง 119 ชั่วโมง และในโหมด Bluetooth ถึง 143 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าคุณอาจต้องชาร์จแค่เดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น หากเล่นวันละ 3-4 ชั่วโมง

เทคโนโลยี ROG SpeedNova ที่ ASUS พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มอายุแบตจาก 78 ชั่วโมงในรุ่นเก่า เป็น 119 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้น 52%) พร้อมลด input latency ลงด้วย ทำให้เมาส์ตัวนี้มีแบตอึดที่สุดในกลุ่มเมาส์เกมมิ่ง wireless ระดับ mid-to-high end

ปุ่มและสวิตช์

Gladius III AimPoint มี 6 ปุ่ม ที่โปรแกรมได้ทั้งหมด ใช้ ROG Micro Switches ที่มีอายุการใช้งาน 70 ล้านคลิก และสิ่งที่ทำให้เมาส์ตัวนี้แตกต่างจากคู่แข่งคือระบบ Push-Fit Switch Socket II ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของ ASUS ที่ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนสวิตช์ได้เองโดยไม่ต้องบัดกรี

ระบบ hot-swappable นี้รองรับทั้ง 3-pin mechanical switches และ 5-pin optical switches ซึ่งหมายความว่าเมื่อสวิตช์เดิมเสีย หรือคุณอยากเปลี่ยนความรู้สึกในการคลิก ก็สามารถซื้อสวิตช์ใหม่มาเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ ภายใน 2-3 นาที โดยไม่ต้องซื้อเมาส์ใหม่ทั้งตัว

ในกล่องมาพร้อม สวิตช์สำรอง Omron D2F-01F 2 ชิ้น และ ROG switch remover tool สำหรับถอดสวิตช์ นอกจากนี้ยังมี pivoted button mechanism ที่ช่วยลด click latency เหลือ 0ms ทำให้การ response ตอบสนองรวดเร็วยิ่งขึ้น

ระบบ Push-Fit Switch Socket II ของ ROG Gladius III

🎨 Design & Build Quality: ทรงมือขวาสบายนาน ไม่เมื่อยแม้เล่นเกมหลายชั่วโมง

เมื่อหยิบ ROG Gladius III Wireless AimPoint ขึ้นมาครั้งแรก สิ่งที่รู้สึกได้ทันทีคือรูปทรง ergonomic ที่โอบมือได้พอดี ทรงมือขวาแบบ asymmetrical นี้ออกแบบมาเพื่อการจับแบบ palm grip และ relaxed claw grip โดยเฉพาะ โดยมีส่วนโค้งที่พอดีกับฝ่ามือ และส่วนนิ้วโป้งที่มี groove ให้วางได้สบาย

น้ำหนัก 79 กรัมอยู่ในจุดที่สมดุลดี ไม่เบาจนรู้สึกลอยๆ แต่ก็ไม่หนักจนต้องออกแรงเยอะในการเคลื่อนไหว เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Razer Viper V3 Pro (54g) หรือ Logitech G Pro X Superlight (63g) เมาส์ ASUS จะรู้สึกหนักกว่าประมาณ 15-25 กรัม แต่สำหรับหลายคนน้ำหนักนี้กลับให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้ดีกว่า

ตัวเมาส์ทำจาก matte plastic ที่ไม่เงาและไม่เก็บรอยนิ้วมือง่าย ผิวสัมผัสเรียบแต่ไม่ลื่น บริเวณด้านข้างที่จับมี textured rubber side grips ที่ช่วยเพิ่มความกระชับในการจับ แม้มือเหงื่อออกจากการเล่นเกมนานๆ ก็ยังไม่ลื่นหลุดมือ และถ้ายังไม่พอใจ ในกล่องยังมา ROG grip tape ลายพิเศษ 4 ชิ้น ให้ติดเพิ่มได้อีก

คุณภาพการประกอบโดยรวมอยู่ในระดับดี ไม่มีเสียงดังเวลาบีบหรือบิด gap ต่างๆ พอดีไม่หลวม แต่บางรีวิวเวอร์ต่างประเทศระบุว่าตัวเรือนพลาสติกรู้สึก “flimsy” หรือบางเกินไปสำหรับบางคน เมื่อเทียบกับเมาส์ premium ในระดับราคาเดียวกันจากแบรนด์อื่น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล และหลายคนกลับชอบความเบาของวัสดุ

Mouse feet ที่เป็น 100% PTFE (เทฟลอน) ช่วยให้เมาส์เลื่อนบน mousepad ได้ลื่นไหลมาก และในกล่องมา mouse feet สำรอง อีกชุดให้เปลี่ยนเมื่อของเดิมสึกหรอ ส่วนสาย ROG Paracord ยาว 2 เมตร เป็นสายถักแบบยืดหยุ่นที่ลดแรงเสียดทานกับโต๊ะ รู้สึกเกือบเหมือนเป็น wireless เลยตอนใช้แบบมีสาย

RGB Lighting: มีแค่โลโก้ ROG ที่ปุ่มหลัง 1 จุด (ไม่มี scroll wheel RGB) ซึ่งปรับสีและเอฟเฟกต์ได้ผ่าน Armoury Crate แต่ถ้าเปิด RGB ตลอดเวลา แบตจะหมดเร็วขึ้นมาก แนะนำให้ปิดเพื่อแบตอึดที่สุด

⚡ Performance: เซนเซอร์แม่นยำระดับโปร เหมาะกับ FPS อย่างยิ่ง

จุดแข็งที่แท้จริงของ ROG Gladius III Wireless AimPoint อยู่ที่ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเซนเซอร์ เราได้ทดลองใช้เมาส์ตัวนี้เล่นเกมหลายประเภท และสรุปผลการใช้งานดังนี้

FPS/Shooter Games

เมื่อใช้เล่น Valorant, CS:GO, และ Apex Legends ด้วยการตั้ง DPI ที่ 800 (ซึ่งเป็นค่านิยมของนักเล่น FPS ระดับโปร) เซนเซอร์ ROG AimPoint แสดงความแม่นยำที่น่าประทับใจ การติดตามการเคลื่อนไหวราบรื่น ไม่มีอาการ jitter หรือกระตุก การทำ flick shot แบบเร็วๆ ก็แม่นยำสูง ไม่มีอาการ overshoot หรือ undershoot

Max tracking speed ที่ 650 IPS ก็มากพอสำหรับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุดของมนุษย์ (นักเล่นโปรใช้ประมาณ 400-500 IPS) ตามข้อมูลการทดสอบเซนเซอร์จาก Sensor.fyi ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเซนเซอร์เมาส์ที่ครบถ้วนที่สุด

Polling rate 1,000 Hz หมายความว่าเมาส์จะส่งข้อมูลตำแหน่งไปยังคอมพิวเตอร์ 1,000 ครั้งต่อวินาที หรือทุกๆ 1 มิลลิวินาที ซึ่งเพียงพอสำหรับ competitive gaming ทั่วไป แม้จะไม่มี polling rate สูงถึง 8000 Hz เหมือน Razer DeathAdder V3 Pro

MOBA/RTS Games

สำหรับเกมแนว MOBA อย่าง League of Legends หรือ Dota 2 ที่ต้องคลิกบ่อยและแม่นยำ สวิตช์ ROG Micro Switches ให้ feedback ที่ชัดเจน click latency 0ms จาก pivoted button mechanism ทำให้คำสั่งถูกส่งไปทันทีที่กดโดยไม่มี delay

น้ำหนัก 79 กรัมเหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบรวดเร็วระยะสั้น ไม่หนักจนต้องออกแรงมาก แต่ก็ไม่เบาจนควบคุมได้ยาก ปุ่มด้านข้าง 2 ปุ่มกดง่าย ตำแหน่งอยู่ในระยะที่นิ้วหัวแม่มือวางได้สบาย

เกมเมอร์ใช้ ROG Gladius III Wireless AimPoint เล่นเกม Valorant
💰 ราคาดีที่สุดสำหรับ ROG Gladius III

มีโค้ดส่วนลดและส่งฟรีรอคุณอยู่ ตรวจสอบโปรโมชันเลย

Wireless Performance & Latency

ในโหมด 2.4 GHz RF ที่ใช้เทคโนโลยี ROG SpeedNova การเชื่อมต่อมีความเสถียรสูงมาก ระยะห่างจาก USB dongle ถึง 5-6 เมตร ยังใช้งานได้ปกติไม่มีสะดุด Input latency รู้สึกไม่ต่างจากเมาส์แบบมีสายเลย ไม่มีอาการ delay หรือ lag ในการเล่นเกม

โหมด Bluetooth 5.1 เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น ทำงานออฟฟิศ หรือ browsing แต่ไม่แนะนำสำหรับเล่นเกม competitive เนื่องจาก latency จะสูงกว่าโหมด 2.4 GHz อย่างเห็นได้ชัด ข้อดีคือสามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้ถึง 3 เครื่อง และสลับไปมาได้อย่างรวดเร็ว

แบตเตอรี่ที่อึดที่สุด

จากการทดสอบใช้งานจริงในโหมด 2.4 GHz ด้วยการเล่นเกม FPS ประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน (ปิด RGB) แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 4-5 สัปดาห์ ก่อนต้องชาร์จ ซึ่งตรงกับที่ ASUS อ้างไว้ว่า 119 ชั่วโมง

เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Gladius III มีแบตอึดที่สุดในกลุ่ม โดย Razer DeathAdder V3 Pro ได้ประมาณ 90 ชั่วโมง และ Logitech G Pro X Superlight ได้ประมาณ 70 ชั่วโมงเท่านั้น นี่เป็นจุดขายสำคัญสำหรับคนที่ไม่ชอบชาร์จบ่อยๆ

การชาร์จใช้ USB-C ซึ่งชาร์จเต็มประมาณ 2-3 ชั่วโมง และสามารถเล่นขณะชาร์จได้ (plug-and-play mode) โดยไม่มีปัญหา

🌟 ฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง

1. Hot-Swappable Switches: ฟีเจอร์ที่คุ้มค่าระยะยาว

ระบบ Push-Fit Switch Socket II เป็นฟีเจอร์ที่ทำให้ Gladius III โดดเด่นจากคู่แข่งส่วนใหญ่ คุณสามารถเปลี่ยนสวิตช์คลิกหลักได้เองภายใน 2-3 นาที โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษนอกจาก switch remover ที่มาในกล่อง

สวิตช์ที่รองรับหาซื้อได้ง่ายจากแหล่งต่างๆ เช่น Omron D2FC-F-K (80M), Kailh GM 8.0, หรือ TTC Gold 80M ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้จาก Aliexpress ในราคา 50-150 บาท การเปลี่ยนสวิตช์เองไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังให้คุณปรับแต่ง click feeling ตามที่ชอบได้อีกด้วย

  • ถ้าสวิตช์เสีย – เปลี่ยนใหม่เองได้ในราคา 50-150 บาท ไม่ต้องซื้อเมาส์ใหม่ทั้งตัว
  • ถ้าอยากเปลี่ยน feel – สามารถลองสวิตช์ต่างๆ เพื่อหา click feeling ที่ชอบได้
  • อายุการใช้งานยืนยาว – เมาส์ตัวนี้อาจใช้ได้ 5-10 ปี ถ้าดูแลดี เพียงแค่เปลี่ยนสวิตช์เมื่อจำเป็น

เมื่อเทียบกับ Razer Viper V3 Pro หรือ Logitech G Pro X Superlight ที่สวิตช์บัดกรีติดตายตัว เมื่อสวิตช์เสียต้องส่งซ่อมหรือซื้อใหม่ ฟีเจอร์นี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าระยะยาว

การเปลี่ยนสวิตช์ของ ROG Gladius III ด้วย hot-swap system

2. DPI On-the-Scroll: ปรับ DPI ได้แม่นยำขณะเล่น

แทนที่จะมีปุ่ม DPI แบบกดขั้นเป็นขั้นไป Gladius III ใช้ระบบ DPI on-the-scroll ซึ่งให้คุณกดปุ่ม DPI ค้างไว้ แล้วหมุน scroll wheel เพื่อปรับ DPI ขึ้นลงทีละ 50 DPI แบบ real-time

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบปรับแต่ง sensitivity แบบละเอียด หรือต้องการเปลี่ยน DPI บ่อยๆ ในเกมต่างประเภท เช่น DPI สูงสำหรับเกม MOBA และ DPI ต่ำสำหรับ FPS

3. ASUS Armoury Crate Software

เมาส์ใช้ซอฟต์แวร์ ASUS Armoury Crate สำหรับ customization ซึ่งให้คุณปรับแต่ง:

  • DPI stages (สูงสุด 5 ระดับ)
  • Polling rate (125 / 250 / 500 / 1000 Hz)
  • Button assignment (macro, media control, shortcuts)
  • RGB lighting (สี, brightness, effects)
  • Lift-off distance
  • Angle snapping on/off

การตั้งค่าทั้งหมดสามารถบันทึกไว้ใน onboard memory 5 โปรไฟล์ ซึ่งหมายความว่าเมื่อเอาเมาส์ไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น การตั้งค่าทั้งหมดยังคงอยู่ โดยไม่ต้องติดตั้ง software ใหม่

ข้อควรระวัง: Armoury Crate มีรายงานปัญหาบั๊กบ่อย เช่น software ค้าง, ปุ่ม DPI ทำให้เมาส์ค้าง, หรือ conflict กับ software อื่นๆ แนะนำให้ตั้งค่าที่ต้องการแล้วบันทึกลง onboard memory จากนั้นปิด software ไปเลย หรือใช้แค่ตอน customize เท่านั้น

✅ ข้อดี vs ❌ ข้อเสีย: สรุปตรงๆ จากการใช้งานจริง

✅ ข้อดีโดดเด่น

  • เซนเซอร์แม่นยำระดับ flagship – ROG AimPoint 36,000 DPI พร้อม CPI deviation <1% ให้ความแม่นยำสูงสุดสำหรับ FPS
  • Hot-swappable switches – เปลี่ยนสวิตช์ได้เองง่ายๆ เพิ่มอายุการใช้งานและคุ้มค่าระยะยาว
  • แบตเตอรี่อึดที่สุด – 119 ชั่วโมง (2.4GHz) หรือ 143 ชั่วโมง (BT) ชาร์จเดือนละครั้งก็พอ
  • Tri-mode connectivity – ใช้ได้ 3 แบบ (2.4GHz/BT/Wired) ยืดหยุ่นสูง
  • รูปทรง ergonomic สบายมือ – เหมาะกับมือขนาดกลาง-ใหญ่ palm grip นานไม่เมื่อย
  • อุปกรณ์ในกล่องครบ – grip tape, สวิตช์สำรอง, mouse feet สำรอง, Paracord cable
  • ราคาคุ้มค่า – 2,800-3,990 บาท ถูกกว่าคู่แข่งที่มี specs ใกล้เคียงกัน

❌ ข้อเสียที่ควรรู้

  • Scroll wheel มีปัญหาบ่อย – หลายคนรายงานว่า scroll wheel มี kickback, lag, หรือ encoder เสีย ซึ่งอาจต้องซ่อมหรือเปลี่ยนภายใน 1-2 ปี
  • Armoury Crate ยังมีบั๊ก – software มี bugs บ่อย อาจทำให้เมาส์ค้างหรือตั้งค่าหาย แนะนำใช้ onboard memory แทน
  • คลิกแข็งกว่าเมาส์ทั่วไป – ต้องใช้แรงกดมากกว่าซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ
  • ไม่เหมาะมือเล็ก – ขนาด 123mm ค่อนข้างใหญ่ มือที่เล็กกว่า 17cm อาจจับไม่สบาย
  • DPI button อยู่ใต้เมาส์ – ไม่สะดวกปรับระหว่างเล่นเหมือนปุ่มที่อยู่ด้านบน
  • ตัวเรือนรู้สึกบาง – พลาสติกรู้สึก “flimsy” สำหรับบางคน เมื่อเทียบกับเมาส์ premium อื่นๆ
  • Polling rate สูงสุดแค่ 1000Hz – ไม่มี 4000Hz หรือ 8000Hz เหมือนคู่แข่งรุ่นใหม่

⚔️ เปรียบเทียบกับคู่แข่ง: ROG Gladius III vs DeathAdder V3 Pro vs G Pro Superlight

มาดูกันว่าเมาส์ตัวนี้เทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาใกล้เคียงกันอย่างไร โดยเราจะเปรียบเทียบกับ 2 รุ่นยอดนิยม คือ เมาส์เกมมิ่งระดับท็อปในตลาด

ฟีเจอร์Gladius III AimPointRazer DA V3 ProLogitech G Pro SL
น้ำหนัก79g63g 🏆63g 🏆
DPI สูงสุด36,000 🏆30,00025,600
Polling Rate1,000 Hz8,000 Hz 🏆1,000 Hz
แบตเตอรี่119 ชม. 🏆90 ชม.70 ชม.
Hot-Swap✅ 🏆
รูปทรงErgo มือขวาErgo มือขวาAmbidextrous
ราคาไทย฿2,800-3,990 🏆฿4,500-5,500฿4,800

ROG Gladius III vs Razer DeathAdder V3 Pro

Gladius III ชนะด้าน: แบตอึดกว่า 29 ชั่วโมง, hot-swap switches, DPI สูงกว่า, ราคาถูกกว่าเกือบ ฿2,000

DeathAdder V3 Pro ชนะด้าน: เบากว่า 16g, polling rate 8000Hz, เซนเซอร์ Focus Pro 30K ใหม่กว่า, coating ดีกว่า

สรุป: เลือก Gladius III ถ้าต้องการ durability, customization และราคาคุ้มค่า / เลือก DeathAdder V3 Pro ถ้าต้องการ performance สูงสุดและน้ำหนักเบาที่สุด

ROG Gladius III vs Logitech G Pro X Superlight

Gladius III ชนะด้าน: DPI สูงกว่า 10,400, IPS สูงกว่า 250, แบตอึดกว่า 49 ชม., hot-swap, ราคาถูกกว่า ~฿1,500-2,000

G Pro Superlight ชนะด้าน: เบากว่า 16g, ambidextrous (ถนัดซ้ายใช้ได้), POWERPLAY wireless charging support, ecosystem ดี

สรุป: เลือก Gladius III ถ้าต้องการ specs + features เต็มที่ในราคา mid-range / เลือก Superlight ถ้าน้ำหนักคือสิ่งสำคัญที่สุด

เปรียบเทียบ ROG Gladius III กับ Razer DeathAdder และ Logitech G Pro

ROG Gladius III vs ROG Keris Wireless AimPoint

ถ้าคุณกำลังพิจารณาเมาส์ไร้สายในแบรนด์เดียวกัน ROG มีอีกรุ่นคือ Keris Wireless AimPoint ที่ราคาใกล้เคียงกัน (฿3,000-3,500) แต่แตกต่างกันอย่างไร?

  • Gladius III: ใหญ่กว่า (123mm), หนักกว่า (79g), ergonomic มือขวา, เหมาะกับมือใหญ่ + palm grip
  • Keris: เล็กกว่า (118mm), เบากว่า (75g), ambidextrous, เหมาะกับมือเล็ก-กลาง + claw/fingertip grip
  • เซนเซอร์เหมือนกัน: ทั้งคู่ใช้ ROG AimPoint 36K DPI performance เท่ากัน

สรุป: เลือกตามขนาดมือและ grip style ที่คุณชอบ เซนเซอร์และฟีเจอร์หลักเหมือนกันทั้งคู่

⚡ เช็คราคาล่าสุด ROG Gladius III

เปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้าเพื่อหาดีลที่ดีที่สุด

👤 เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร?

✅ เหมาะกับคุณถ้า:

  • คุณเป็นนักเล่น FPS/Competitive games ที่ต้องการความแม่นยำสูง (Valorant, CS:GO, Apex)
  • มือขนาด กลาง-ใหญ่ (18-21 ซม.) และชอบจับแบบ palm grip
  • ต้องการเมาส์ที่แบตอึด ไม่ชอบชาร์จบ่อยๆ
  • ชอบ DIY และ customization (hot-swap switches เพื่ออายุยืนยาว)
  • ต้องการ multi-device connectivity (เชื่อม PC + Mac + Laptop พร้อมกัน)
  • มองหา value for money – specs ระดับ flagship ในราคา mid-range
  • ต้องการเมาส์ที่ใช้ได้นาน 5-10 ปี ด้วยการเปลี่ยนสวิตช์เอง

❌ ไม่เหมาะกับคุณถ้า:

  • มือเล็กกว่า 17 ซม. – ตัวเมาส์อาจใหญ่เกินไป
  • ต้องการเมาส์น้ำหนักเบาที่สุด (<70g) สำหรับ ultra-fast flicks
  • ชอบจับแบบ aggressive claw หรือ pure fingertip grip
  • เล่น MMO ที่ต้องการปุ่มเยอะกว่า 6 ปุ่ม
  • ต้องการ polling rate สูง 4000Hz หรือ 8000Hz
  • ไม่ชอบติดตั้ง Armoury Crate software (มีบั๊กบ่อย)
  • ต้องการเมาส์แบบ ambidextrous (ถนัดซ้ายใช้ได้)

🎮 แนะนำสำหรับเกมประเภทไหน?

ประเภทเกมความเหมาะสมเหตุผล
FPS/Shooter⭐⭐⭐⭐⭐เซนเซอร์แม่นยำ 36K DPI, 650 IPS เหมาะ flick shot
Battle Royale⭐⭐⭐⭐⭐แบตอึด 119 ชม., wireless เสถียร
MOBA⭐⭐⭐⭐น้ำหนักเบาเหมาะคลิกบ่อย, 6 ปุ่มพอใช้
MMO⭐⭐ปุ่มน้อยเกินไป (6 ปุ่ม)
Casual/Office⭐⭐⭐ใช้งานได้ดี แต่ overkill สำหรับงานทั่วไป

🏁 สรุปและคำแนะนำสุดท้าย

ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับนักเล่น FPS และเกม competitive ที่ต้องการเมาส์ระดับ flagship ในราคาที่ไม่แพงเกินไป ด้วยราคาเพียง ฿2,800-3,990 คุณจะได้เซนเซอร์ที่แม่นยำระดับท็อป (36,000 DPI, <1% deviation), ระบบ hot-swappable switches ที่เพิ่มอายุการใช้งาน, และแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในกลุ่ม (119 ชั่วโมง)

เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Razer DeathAdder V3 Pro (฿4,500+) หรือ Logitech G Pro X Superlight (฿4,800) ที่มี specs ใกล้เคียงกัน Gladius III มอบ value for money ที่ดีกว่า แม้จะหนักกว่าประมาณ 15-20 กรัม และไม่มี polling rate สูงถึง 8000Hz แต่สำหรับนักเล่นส่วนใหญ่ performance ที่ได้ก็มากเกินพอแล้ว

จุดขายที่แท้จริงของเมาส์ตัวนี้คือระบบ hot-swappable switches ซึ่งทำให้เมาส์มีอายุการใช้งานยืนยาวกว่าคู่แข่ง เมื่อสวิตช์เสียคุณเพียงแค่เปลี่ยนใหม่ในราคา 50-150 บาท แทนที่จะต้องซื้อเมาส์ใหม่ทั้งตัว การลงทุน ฿3,000 กว่าบาทในวันนี้อาจกลายเป็นเมาส์ที่ใช้ได้นาน 5-10 ปี หากดูแลดี

อย่างไรก็ตาม คุณควรระวังเรื่อง scroll wheel ที่มีรายงานปัญหาค่อนข้างบ่อย รวมถึง Armoury Crate software ที่ยังมีบั๊ก แนะนำให้ตั้งค่าที่ต้องการแล้วบันทึกลง onboard memory แล้วปิด software ไป และตรวจสอบ warranty อย่างดีก่อนซื้อ

คำแนะนำสุดท้าย: ถ้าคุณมีมือขนาดกลาง-ใหญ่ (18-21 ซม.), ชอบจับแบบ palm grip, เล่น FPS เป็นหลัก, และต้องการเมาส์ที่ใช้ได้นานพร้อมแบตอึด – ROG Gladius III Wireless AimPoint คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในช่วงราคานี้

แต่ถ้าน้ำหนักเบาคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณ และงบไม่เป็นปัญหา ลองพิจารณา Razer Viper V3 Pro (54g) หรือ Glorious Model O Wireless (69g) แทน

สำหรับคนที่ต้องการดูทางเลือกอื่นๆ ในช่วงราคาที่ถูกกว่า แนะนำให้อ่านบทความแนะนำเมาส์ไร้สาย 2025 ของเรา หรือหากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกอุปกรณ์เกมมิ่งโดยรวม สามารถอ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์ของเราได้

ASUS ROG Gladius III Wireless AimPoint พร้อมอุปกรณ์เสริมครบชุด

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ROG Gladius III Wireless AimPoint ใช้แบตนานแค่ไหน?

ในโหมด 2.4 GHz (ปิด RGB) ใช้ได้ประมาณ 119 ชั่วโมง หรือหากใช้โหมด Bluetooth จะได้ถึง 143 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณเล่นเกมวันละ 3-4 ชั่วโมง อาจต้องชาร์จแค่เดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น

2. เปลี่ยนสวิตช์ยากไหม? ต้องใช้เครื่องมือพิเศษไหม?

ไม่ยากเลย ระบบ Push-Fit Switch Socket II ช่วยให้คุณเปลี่ยนสวิตช์ได้ภายใน 2-3 นาที โดยใช้แค่ switch remover tool ที่มาในกล่อง ไม่ต้องใช้ไขควงหรือบัดกรี รองรับทั้ง 3-pin mechanical และ 5-pin optical switches

3. เมาส์ตัวนี้เหมาะกับมือเล็กไหม?

ไม่ค่อยเหมาะ Gladius III มีขนาด 123mm ค่อนข้างใหญ่ เหมาะกับมือขนาดกลาง-ใหญ่ (18-21 ซม.) ถ้ามือคุณเล็กกว่า 17 ซม. แนะนำให้ลอง ROG Keris Wireless AimPoint แทน ซึ่งเล็กกว่าและเบากว่า (75g) แต่ใช้เซนเซอร์เดียวกัน

4. Scroll wheel มีปัญหาจริงไหม?

มีรายงานปัญหาบ่อย หลายคนพบว่า scroll wheel มี kickback (เด้งกลับ), lag เวลา scroll เร็ว, หรือ optical encoder เสีย ตามที่มีการพูดคุยกันใน Reddit r/MouseReview แนะนำให้ตรวจสอบ warranty ก่อนซื้อ และหากเจอปัญหาในช่วง warranty ให้รีบเคลมทันที อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกตัวที่มีปัญหา หลายคนใช้มา 1-2 ปีก็ไม่มีปัญหาใดๆ

5. DPI 36,000 มากเกินไปไหม? ใช้ได้จริงหรือเปล่า?

สำหรับการเล่นเกม DPI 36,000 มากเกินไป นักเล่น FPS ส่วนใหญ่ใช้ DPI 400-1600 เท่านั้น แต่ค่า DPI สูงไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ความแม่นยำ (CPI deviation <1%) และ max tracking speed (650 IPS) ซึ่ง Gladius III ให้มา การมี DPI สูงเป็นแค่ bonus สำหรับคนที่ต้องการใช้ sensitivity สูงมากๆ

6. ต้องติดตั้ง Armoury Crate ตลอดเวลาไหม?

ไม่จำเป็น คุณสามารถติดตั้ง Armoury Crate เพื่อตั้งค่า (DPI, button assignment, RGB) แล้วบันทึกลง onboard memory 5 โปรไฟล์ จากนั้นปิด software ไปเลย การตั้งค่าจะคงอยู่ในตัวเมาส์ แม้เอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็ไม่ต้องติดตั้ง software ใหม่ วิธีนี้แนะนำเพราะ Armoury Crate มีบั๊กบ่อยและกิน RAM พอสมควร

7. เปรียบเทียบกับ Corsair Sabre RGB Pro Wireless แบบไหนดีกว่า?

ทั้งสองตัวมีน้ำหนักเท่ากัน (79g) และราคาใกล้เคียงกัน แต่ Corsair Sabre RGB Pro Wireless ถูกกว่าเล็กน้อย (~฿2,500) และมี 18,000 DPI ส่วน Gladius III มี DPI สูงกว่าเป็น 2 เท่า (36,000) พร้อมระบบ hot-swap switches ที่ Corsair ไม่มี ถ้าต้องการ specs สูงกว่าและ future-proofing เลือก Gladius III / ถ้าต้องการราคาถูกกว่าเล็กน้อยเลือก Corsair Sabre

สนใจเมาส์ตัวนี้แล้ว? เช็คราคาล่าสุดและโปรโมชันที่ Shopee หรือสำรวจรีวิวเมาส์เกมมิ่งรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!