ถ้าคุณกำลังมองหาคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่มีฟีเจอร์ครบครัน งบไม่เกิน 3,500 บาท พร้อมใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้อง Mod เพิ่ม Akko 5075B Plus อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา คีย์บอร์ดรุ่นนี้มาพร้อม Gasket Mount, Pre-lubed switches, Hotswap PCB และการเชื่อมต่อแบบ Tri-mode (USB-C, Bluetooth, 2.4GHz) ในราคาที่คุณจับต้องได้
หลังจากที่เปิดตัวมาในปี 2023 Akko 5075B Plus ก็กลายเป็นหนึ่งในคีย์บอร์ด Custom ระดับ Entry-levelที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งจากเกมเมอร์และนักพิมพ์ ด้วยโครงสร้างที่มักพบในคีย์บอร์ดราคา 5,000 บาทขึ้นไป แต่มาในราคาเพียงไม่ถึง 3,500 บาท วันนี้เราจะมาดูกันว่ารุ่นนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง และมีข้อจำกัดอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
เช็คราคาและโปรโมชันจาก Shopee ได้เลย มีหลายสีให้เลือก
📋 สรุปข้อมูลเร็ว: Akko 5075B Plus
| ประเภท | คีย์บอร์ดเมคานิคอล 75% ไร้สาย |
| ราคา | 2,990 – 3,490 บาท |
| การเชื่อมต่อ | Tri-mode (USB-C / Bluetooth 5.0 / 2.4GHz) |
| แบตเตอรี่ | 3000 mAh (~1 สัปดาห์ ปิด RGB) |
| Switch | Akko V3 Cream Yellow/Blue/Silver Pro (Pre-lubed) |
| Hotswap | รองรับ 3-pin และ 5-pin |
| Mounting | Gasket Mount + Polycarbonate Plate |
| น้ำหนัก | 880g – 1.5 kg |
| เหมาะกับ | เกมเมอร์ Casual, นักพิมพ์, มือใหม่ |
🔧 สเปคเต็มของ Akko 5075B Plus
Akko 5075B Plus เป็นคีย์บอร์ดที่มาพร้อมสเปคครบครัน ออกแบบมาสำหรับทั้งเล่นเกมและพิมพ์งาน ซึ่งหาได้ยากในคีย์บอร์ดงบประหยัดทั่วไป
- ขนาด: 75% Layout (82 ปุ่ม) มีปุ่ม Function row, Arrow keys และ Navigation keys ครบ
- ขนาดตัวเครื่อง: 335 x 146 x 42 mm
- น้ำหนัก: 880g – 1.5 kg (ขึ้นกับเวอร์ชัน)
- Mounting: Gasket Mount พร้อมแถบซิลิโคน ทำให้พิมพ์นุ่ม ยืดหยุ่น
- Plate: Polycarbonate (ลดเสียงกระทบ ไม่กระด้าง)
- Foam: 3 ชั้น – IXPE switch pad, case foam, plate foam
- PCB: Hotswap รองรับสวิตช์ 3-pin และ 5-pin
- Keycap: PBT Doubleshot, ASA Profile (สบายมือกว่า OEM)
- การเชื่อมต่อ: USB-C, Bluetooth 5.0/3.0, 2.4GHz Wireless
- Polling Rate: 1000Hz (Wired/2.4GHz), 125Hz (Bluetooth)
- แบตเตอรี่: 3000 mAh
- RGB: Per-key RGB + Side RGB strips (20 โหมด)
- Software: Akko Cloud Driver (รองรับ Macro)
- Extra: Rotary Knob ปรับเสียง/ไฟ, ช่องเก็บ Dongle แม่เหล็ก
ตัวเลือกสวิตช์
Akko 5075B Plus มีสวิตช์ให้เลือกหลากหลาย ทั้งหมด Pre-lubed มาจากโรงงาน:
- Akko V3 Cream Yellow Pro (Linear) – 50gf, นุ่ม เงียบ เหมาะงานทั่วไป
- Akko V3 Cream Blue Pro (Tactile) – 38gf/53gf tactile, เหมาะนักพิมพ์
- Akko V3 Silver Pro (Linear) – 40gf, Pre-travel 1.0mm, ลั่นเร็วสุด เหมาะเกม
- Akko CS Crystal/Silver (Linear) – 43gf, ใช้งานทั่วไป

🎨 ดีไซน์และคุณภาพการสร้าง
Akko 5075B Plus มาในหลายธีมสี เช่น Black & Silver, Blue on White, Black & Cyan และ Dracula Castle ซึ่งแต่ละสีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดีไซน์โดยรวมเรียบง่าย ไม่หวือหวา เหมาะทั้งโต๊ะเล่นเกมและโต๊ะทำงาน
คุณภาพตัวเคส
เคสทำจากพลาสติก ABS คุณภาพดี แม้จะไม่ใช่อลูมิเนียมเหมือนคีย์บอร์ดราคาแพง แต่ก็แข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวัน ที่น่าประทับใจคือ Akko ใส่โครงสร้าง Gasket Mount ซึ่งมักพบในคีย์บอร์ดราคา 5,000+ มาในราคาไม่ถึง 3,500 บาท
การเปิดเคสจะใช้ระบบ Clips แทนสกรู ซึ่งเปิดได้ยากนิดหน่อย ต้องใช้ Prying tool ระวังอย่าให้เคสแตก แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีแผนจะเปิดแก้ไข Mod ก็ไม่ใช่ปัญหา
Keycaps และโปรไฟล์
คีย์แคป PBT Doubleshot คุณภาพดี ตัวอักษรไม่ลอก ไม่เลือนง่าย โปรไฟล์ ASA ของ Akko ออกแบบให้โค้งเว้านิ้วมือมากกว่า OEM ทำให้พิมพ์สบายกว่า โดยเฉพาะการพิมพ์นาน ๆ

RGB Lighting
Akko 5075B Plus มี Per-key RGB พร้อม Side RGB strips 2 แถบข้างตัวเคส ปรับได้ 20 โหมด ความสว่างและความเร็ว Animation ปรับได้ตามใจชอบ แต่ถ้าเปิดเต็มจะทำให้แบตหมดเร็วมาก (ใช้ได้แค่ 15 ชั่วโมง)
ราคาพิเศษเฉพาะช่วงนี้ มีโค้ดส่วนลดและส่งฟรีรอคุณอยู่
⚡ ประสิทธิภาพและการใช้งานจริง
ในการใช้งานจริง Akko 5075B Plus แสดงให้เห็นว่าทำไมถึงเป็นคีย์บอร์ดงบประหยัดยอดนิยมในตลาด โดยเฉพาะในเรื่องของความนุ่มนวลในการพิมพ์
ฟีลการพิมพ์
ด้วยโครงสร้างGasket Mount + Polycarbonate Plate + 3-layer Foam ทำให้ฟีลการพิมพ์นุ่ม ยืดหยุ่น ไม่กระด้างเหมือนคีย์บอร์ด Tray Mount ทั่วไป การที่สวิตช์และ Stabilizers Pre-lubed มาจากโรงงานช่วยให้ทุกอย่างลื่นไหล ไม่มีเสียง Rattle รบกวน
สำหรับคนที่ชอบ Tactile feedback แนะนำ V3 Cream Blue Pro ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็น “typist’s dream” เหมาะกับนักพิมพ์มาก ส่วนคนที่ชอบความเงียบ ลื่น ใช้ Cream Yellow Pro จะเหมาะกว่า

การเล่นเกม
FPS Games: เล่นได้ดีถ้าใช้โหมด 2.4GHz Wireless (Polling rate 1000Hz) แนะนำให้เลือกสวิตช์ Silver Pro ที่มี Pre-travel เพียง 1.0mm ลั่นเร็วที่สุด เหมาะกับเกมที่ต้องการความไวสูง แต่สำหรับ Competitive Pro level อาจยังไม่เหมาะเพราะมีปัญหาตื่นจาก Sleep mode ช้านิดหน่อย (2-3 วินาที)
MOBA/MMO: เหมาะมาก เพราะรองรับ N-Key Rollover กดพร้อมกันได้หลายปุ่ม ไม่มีปัญหา Ghosting Layout 75% ก็ครบทุกปุ่มที่จำเป็นสำหรับเกมประเภทนี้ ไม่ต้องพึ่ง Function key ยุ่งยาก
ถ้าเปรียบเทียบกับเมาส์เกม FPSที่ต้องการ Latency ต่ำสุด คีย์บอร์ดรุ่นนี้เหมาะกับ Casual gaming มากกว่า
การเชื่อมต่อ Tri-mode
ความสามารถเชื่อมต่อได้ 3 แบบทำให้ใช้งานได้หลากหลาย:
- USB-C Wired: Latency ต่ำสุด, Polling rate 1000Hz, เหมาะเล่นเกม Competitive
- 2.4GHz Wireless: Polling rate 1000Hz เช่นกัน, เล่นเกมได้ลื่น ไม่รู้สึก Input lag
- Bluetooth 5.0/3.0: Polling rate 125Hz, เหมาะพิมพ์งาน ประหยัดแบต
สามารถเชื่อมต่อได้พร้อมกันสูงสุด 4 อุปกรณ์ (3 Bluetooth + 1 Wireless) สลับระหว่าง PC, Mac, Tablet, มือถือได้สะดวก
อายุแบตเตอรี่
แบต 3000 mAh ใช้งานได้:
- เปิด RGB เต็ม: ~15 ชั่วโมง
- ปิด RGB: หลายสัปดาห์
- ใช้งานปกติ (RGB ต่ำ): ~1 สัปดาห์
แบตหมดเร็วเป็นข้อเสียหลักของรุ่นนี้ ถ้าเทียบกับคู่แข่งอย่าง Keychron V1 Max ที่มีแบต 4000 mAh หรือ Feker IK75 ที่มี 5800 mAh

✨ ฟีเจอร์เด่นและซอฟต์แวร์
Rotary Knob
Knob หมุนปรับเสียง/ความสว่างได้สะดวก กดลงไปได้เป็นปุ่ม Play/Pause แม้ว่าจะไม่ลื่นเท่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ก็ใช้งานได้ดีสำหรับราคานี้
Hotswap PCB
รองรับสวิตช์ 3-pin และ 5-pin ถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องบัดกรี ถ้าอยากลองสวิตช์ใหม่ ๆ ในอนาคต ก็สามารถทำได้ง่ายมาก
Akko Cloud Driver
Software ของ Akko ใช้งานได้ดี รองรับ Macro programming แต่ฟีเจอร์จำกัดกว่า VIA/QMK ที่คู่แข่งอย่าง Keychron รองรับ สำหรับคนทั่วไปใช้งานได้ แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องการ Customization ลึก ๆ อาจรู้สึกติดขัด
ช่องเก็บ Dongle
มีช่องเก็บ Dongle 2.4GHz แบบแม่เหล็กใต้เคส ไม่ต้องกังวลว่าจะหาย ฟีเจอร์เล็ก ๆ แต่มีประโยชน์มาก
✅ ข้อดี ❌ ข้อเสีย
✅ ข้อดีหลัก
- ✅ ราคาคุ้มค่ามาก – Gasket Mount ในงบไม่ถึง 3,500 บาท
- ✅ Pre-lubed Switches และ Stabilizers – พร้อมใช้ทันที ไม่ต้อง Mod
- ✅ Tri-mode Wireless – เชื่อมต่อได้ 3 แบบ ครอบคลุมทุกการใช้งาน
- ✅ Hotswap PCB – เปลี่ยนสวิตช์ได้เองง่าย ๆ
- ✅ Layout 75% – ครบทุกปุ่มที่จำเป็น พร้อม Knob สะดวก
- ✅ 3-layer Foam – เสียงนุ่ม ไม่กลวง
- ✅ PBT Keycaps – ทนทาน ไม่ลอก
- ✅ เหมาะทั้งเกมและพิมพ์ – ใช้ได้หลากหลาย
❌ ข้อเสียหลัก
- ❌ แบตหมดเร็วมาก – ถ้าเปิด RGB ใช้ได้แค่ 15 ชั่วโมง
- ❌ ปัญหา Double keypresses – พบบ่อย หลังใช้งาน 2-4 สัปดาห์ (Hardware issue)
- ❌ ตื่นจาก Sleep ช้า – ใช้เวลา 2-3 วินาที
- ❌ Software จำกัด – ไม่รองรับ VIA/QMK
- ❌ เคสพลาสติก – ไม่แข็งแรงเท่าอลูมิเนียม
- ❌ เปิดเคสยาก – ใช้ Clips แทนสกรู
- ❌ คีย์แคปบาง – บางเวอร์ชัน (โดยเฉพาะ Horizon)
⚖️ เปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ในช่วงราคา 2,500-3,500 บาท มีคีย์บอร์ดหลายรุ่นที่แข่งขันกับ Akko 5075B Plus ได้ เราจะมาดูกันว่าแต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร
| คีย์บอร์ด | ราคา | จุดเด่น | จุดด้อย |
| Akko 5075B Plus | ~3,000 บาท | Gasket Mount, Pre-lubed, Tri-mode, Knob | แบตหมดเร็ว, ปัญหา Double press |
| Keychron V1 Max | ~3,500-4,000 บาท | แบต 4000mAh, QMK/VIA, สเถียร | ราคาแพงกว่า, Stabs ไม่ดีเท่า |
| Royal Kludge RK84 | ~2,000-2,500 บาท | ราคาถูกสุด | คุณภาพต่ำกว่า, ต้อง Mod เพิ่ม |
| Feker IK75 | ~2,500-3,000 บาท | แบต 5800mAh ใหญ่มาก | ไม่มีสวิตช์/คีย์แคป |

Akko 5075B Plus vs Keychron V1 Max
Akko เหนือกว่า:
- Stabilizers ดีกว่า (Pre-lubed จากโรงงาน)
- สวิตช์ให้เลือกหลากหลายกว่า
- ราคาถูกกว่า 500-1,000 บาท
Keychron เหนือกว่า:
- แบต 4000 mAh ใหญ่กว่า
- รองรับ QMK/VIA (Customization ลึกกว่า)
- สเถียรกว่า ไม่มีปัญหา Double keypresses
หากคุณสนใจคีย์บอร์ดไร้สายรุ่นอื่น ๆ อาจจะดูLemokey L3ได้ด้วย
เปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้า พร้อมโค้ดส่วนลดพิเศษ
👤 เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
✅ เหมาะกับ:
- มือใหม่ ที่ต้องการ Custom Keyboard ราคาไม่แพง พร้อมใช้ทันที
- เกมเมอร์ Casual ที่เล่น FPS, MOBA, MMO ไม่ Pro level
- นักพิมพ์ ที่ต้องการ Tactile feedback ดี ๆ (เลือก V3 Cream Blue Pro)
- คน Work-from-home ที่ต้องการคีย์บอร์ดเดียวใช้งานได้หลากหลาย
- คนชอบ Wireless ต้องการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์
- คนที่มีงบ 2,500-3,500 บาท ต้องการคุณภาพสูงสุดในเรนจ์ราคา
❌ ไม่เหมาะกับ:
- นัก Esports ระดับ Pro ที่ต้องการ Latency ต่ำสุด ความเสถียรสูงสุด
- คนที่ต้องการพกพา เพราะหนักเกินไป (880g-1.5kg)
- คนที่ต้องการ RGB ตลอดเวลา แบตจะหมดเร็วมาก
- คนที่ต้องการ Customization ลึก ด้วย QMK/VIA
- คนที่ต้องการความทนทานสูงสุด มีความเสี่ยงเรื่องปัญหา Double keypresses
- Office แบบเปิด เสียงอาจดังเกินไป (โดยเฉพาะ Tactile switches)

🎯 สรุปและคำแนะนำสุดท้าย
Akko 5075B Plus คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในเรนจ์ราคาไม่ถึง 3,500 บาท สำหรับคนที่ต้องการคีย์บอร์ดเมคานิคอลที่มาพร้อม Gasket Mount, Pre-lubed switches, Hotswap และ Tri-mode wireless พร้อมใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้อง Mod เพิ่ม
แม้ว่าจะมีข้อเสียเรื่องแบตหมดเร็วและปัญหา Double keypresses ที่พบบ่อย แต่ด้วยราคาและฟีเจอร์ที่ได้ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่และเกมเมอร์ Casual ที่ต้องการเริ่มต้นเข้าสู่โลก Custom Keyboard โดยไม่ต้องลงทุนมาก
คำแนะนำในการใช้งาน:
- ปิด RGB เพื่อประหยัดแบต หรือเปิดเฉพาะตอนเล่นเกม
- ใช้โหมด 2.4GHz สำหรับเกม, Bluetooth สำหรับพิมพ์งาน
- เลือกสวิตช์ให้เหมาะกับการใช้งาน (Blue Pro สำหรับพิมพ์, Silver Pro สำหรับเกม)
- ตรวจสอบ Warranty อย่างดี เผื่อมีปัญหา Double keypresses
หากคุณต้องการดูอุปกรณ์เกมมิ่งอื่น ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเล่น แนะนำให้อ่านบทความคู่มือของเราเพิ่มเติม
คะแนนรวม: 4.2/5
- คุณภาพ/ราคา: 5/5
- ประสิทธิภาพ: 4/5
- ความทนทาน: 3.5/5
- ฟีเจอร์: 4.5/5
- ความคุ้มค่า: 5/5
สำหรับใครที่สนใจAkko 5075B Plusสามารถเช็คราคาและโปรโมชันล่าสุดได้ที่ Shopee โดยมีหลายสีให้เลือกและรับประกัน 1 ปี
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Akko 5075B Plus เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะมาก เพราะเป็นคีย์บอร์ดที่ Pre-lubed และ Mod มาจากโรงงาน พร้อมใช้ทันทีโดยไม่ต้องมีความรู้เรื่อง Mod เพิ่ม ราคาไม่แพง มี Hotswap ถ้าอยากเปลี่ยนสวิตช์ในอนาคตก็ทำได้ง่าย
2. เล่นเกม FPS แบบ Competitive ได้ไหม?
ได้แต่ไม่แนะนำ สำหรับ Pro level เพราะมีปัญหาตื่นจาก Sleep mode ช้า (2-3 วินาที) แต่สำหรับ Casual gaming เล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะถ้าใช้โหมด 2.4GHz หรือ Wired
3. แบต Akko 5075B Plus อยู่ได้นานแค่ไหน?
ถ้าเปิด RGB เต็ม ใช้ได้ประมาณ 15 ชั่วโมง แต่ถ้าปิด RGB ใช้ได้หลายสัปดาห์ การใช้งานปกติ (RGB ต่ำ) อยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์
4. Akko 5075B Plus มีปัญหาอะไรบ้าง?
ปัญหาหลักคือ Double keypresses หรือ Keys ไม่ทำงาน ที่พบบ่อยหลังใช้งาน 2-4 สัปดาห์ เป็น Hardware issue บางคนต้องเคลม Warranty นอกจากนี้ยังมีปัญหาแบตหมดเร็วถ้าเปิด RGB
5. ควรเลือก Switch ไหนดี?
- V3 Cream Blue Pro (Tactile) – เหมาะนักพิมพ์ ชอบ Feedback ชัดเจน
- V3 Cream Yellow Pro (Linear) – เงียบ นุ่ม ใช้งานทั่วไป
- V3 Silver Pro (Linear) – ลั่นเร็วสุด เหมาะเล่นเกม FPS
6. Akko 5075B Plus กับ Keychron V1 Max ตัวไหนดีกว่า?
Akko 5075B Plus ถ้าต้องการ Stabilizers ดีกว่า, ราคาถูกกว่า, สวิตช์หลากหลาย
Keychron V1 Max ถ้าต้องการแบตใหญ่กว่า, QMK/VIA, ความเสถียรสูงกว่า
7. Mod ได้ไหม?
ได้ มี Hotswap PCB เปลี่ยนสวิตช์ได้ง่าย, เปลี่ยนคีย์แคปได้, เพิ่ม Foam ได้ แต่การเปิดเคสยากเพราะใช้ Clips ต้องระวังอย่าให้แตก
สนใจคีย์บอร์ดเกมมิ่งไร้สาย Akko 5075B Plusสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและเช็คราคาได้ที่ Akko Official Website หรือซื้อได้ที่ Shopee พร้อมโปรโมชันพิเศษ
