รีวิว Keychron K4 ครบทุกรุ่น (V2 / Max / HE) — คีย์บอร์ด 96% ที่คนทำงานและเกมเมอร์ควรรู้จัก

Keychron K4 คือคีย์บอร์ดเมคคานิคอลไร้สาย 96% ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่คีย์บอร์ดที่ให้ปุ่มครบ 100 ปุ่มรวม Numpad แต่ขนาดกระทัดรัดกว่าคีย์บอร์ดแบบ Full-size มาก ปัจจุบัน Keychron K4 มีหลายรุ่นให้เลือก ตั้งแต่ V2 รุ่นคลาสสิก, K4 Max ที่มาพร้อม QMK/VIA, ไปจนถึง K4 HE รุ่นท็อปสุดที่ใช้สวิตช์ Hall Effect แบบแม่เหล็ก ทำให้ตอบโจทย์ได้ทั้งคนทำงานออฟฟิศและเกมเมอร์ที่ต้องการปุ่มครบ โดยราคาเริ่มต้นที่ 3,490 บาท ไปจนถึง 6,995 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปคที่เลือก

บทความนี้เราจะพาคุณรู้จักกับ Keychron K4 แบบละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่สเปค, ฟีเจอร์เด่น, ข้อดีข้อเสีย, การใช้งานจริง, ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด พร้อมคำแนะนำว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด หากคุณกำลังมองหาคีย์บอร์ดเมคคานิคอลไร้สายที่มี Numpad และใช้ได้ทั้งทำงานและเล่นเกม ก็อย่าพลาดบทความนี้!

💡 ซื้อ Keychron K4 ได้ที่ไหน?

เช็คราคาและโปรโมชันล่าสุดจาก Shopee ได้เลย มีส่วนลดและส่งฟรีรอคุณอยู่!

Table of Contents

✨ สรุปเร็ว Keychron K4

ข้อมูลสำคัญรายละเอียด
ประเภทคีย์บอร์ดเมคคานิคอลไร้สาย 96%
จำนวนปุ่ม100 ปุ่ม (รวม Numpad)
การเชื่อมต่อBluetooth 5.1 + 2.4 GHz + USB-C
สวิตช์Gateron / Keychron Super / Hall Effect (แล้วแต่รุ่น)
Hot-swappable✅ ใช่ (ทุกรุ่น)
แบตเตอรี่4000 mAh (~100-240 ชม.)
รองรับ OSMac, Windows, Linux, iOS, Android
ราคาในไทย3,490 – 6,995 บาท
เหมาะกับคนทำงาน, Mac User, เกมเมอร์ MOBA/FPS

📊 สเปค Keychron K4 แต่ละรุ่น

Keychron K4 มีหลายรุ่นให้เลือก แต่ละรุ่นมีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ K4 V2 (รุ่นคลาสสิก), K4 Max (รุ่นที่สมดุลที่สุด), และ K4 HE (รุ่นเกมมิ่งระดับโปร) โดยเราจะเทียบสเปคหลักๆ ให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้

เปรียบเทียบสเปค K4 V2 vs K4 Max vs K4 HE

สเปคK4 V2K4 MaxK4 HE
ราคาโดยประมาณ~4,390 บาท~3,690-4,650 บาท~5,980-6,995 บาท
สวิตช์Gateron Red/Blue/BrownKeychron Super/SilentHall Effect Magnetic
Hot-swap✅ MX-style✅ MX-style✅ Gateron double-rail เท่านั้น
KeycapABS เคลือบยางOSA Double-shot PBTPBT (Special Ed.)
การเชื่อมต่อBT 5.1 + USB-C2.4GHz + BT 5.1 + USB-C2.4GHz + BT 5.1 + USB-C
Polling Rate90Hz (wireless)1000Hz (2.4G/wired)1000Hz (2.4G/wired)
แบตเตอรี่~240 ชม. (ปิดไฟ)~190 ชม. (ปิดไฟ)~110 ชม. (ปิดไฟ)
Software❌ ไม่มี✅ QMK/VIA + Launcher✅ QMK + Launcher
Rapid Trigger✅ (0.2-3.8mm)
น้ำหนัก~933g~1,280g~1,060g

จากตารางจะเห็นได้ว่า K4 Max เป็นรุ่นที่สมดุลที่สุดในแง่ของฟีเจอร์และราคา เหมาะกับคนทำงานและเกมเมอร์ทั่วไป ในขณะที่ K4 HE เป็นรุ่นสำหรับเกมเมอร์ Competitive โดยเฉพาะสาย FPS เพราะมีฟีเจอร์ Rapid Trigger และสวิตช์ Hall Effect ที่ปรับจุดกดได้ ส่วน K4 V2 เหมาะกับคนที่ต้องการคีย์บอร์ดพื้นฐานแต่คุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้

[IMAGE #2]
– ประเภท: Top View Close-up
– คำอธิบาย: มุมมองด้านบนของคีย์บอร์ด K4 เน้นให้เห็น layout 96% และ keycap
– Alt text: Keychron K4 layout 96% มุมมองด้านบน keycap OSA profile
– AI Prompt: “Top-down view of Keychron K4 keyboard 96% layout, use attached product images as reference, showing full keycap layout including numpad, close-up detail shot, RGB lighting subtle, dark desk background, professional product photography, 4K”

🎨 Design & Build Quality

Keychron K4 มีคุณภาพการประกอบที่ยอดเยี่ยมในระดับราคา โดยโครงคีย์บอร์ดเมคคานิคอลของ K4 ทำจากอะลูมิเนียมผสม ABS คุณภาพสูง ให้ความรู้สึกแข็งแรงไม่ดัดงอ แม้จะกดแรงก็ไม่เกิดอาการ flex หรือ creak เลย ซึ่งรีวิวจากหลายแหล่งยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคีย์บอร์ดที่มี build quality ดีที่สุดในช่วงราคา

จุดเด่นด้าน Design

  • เลย์เอาต์ 96% กระทัดรัด: ขนาด 377 x 126 มม. ประหยัดพื้นที่โต๊ะได้มาก แต่ยังได้ปุ่มครบ 100 ปุ่มรวมถึง Numpad และปุ่ม Function ครบชุด
  • ไฟ RGB แบบ Per-key: ปรับแต่งสีได้ทุกปุ่ม มีโหมดไฟให้เลือกมากกว่า 15-22 แบบ ขึ้นอยู่กับรุ่น รองรับการตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์ (K4 Max/HE)
  • โครงอลูมิเนียมพรีเมียม: รุ่น HE Special Edition มาพร้อมแผงไม้ Rosewood ที่ดูหรูหรา ในขณะที่รุ่นอื่นๆ ใช้อลูมิเนียม brushed finish ที่ดูมีระดับ
  • ขาปรับระดับ 3 ระดับ: K4 HE ปรับได้ 5°/8°/11° ส่วน K4 Max ปรับได้ 3°/7°/10° ทำให้หามุมพิมพ์ที่สบายได้ง่าย
  • Keycap คุณภาพสูง: K4 Max ใช้ OSA Double-shot PBT ที่ทนทาน ไม่ลื่นมือ และไม่เหลือง ส่วน K4 HE Special Edition ใช้ PBT แบบ non-shine-through ที่ดูหรูกว่า

น้ำหนักของคีย์บอร์ดอยู่ที่ประมาณ 933 กรัม (K4 V2) ถึง 1,280 กรัม (K4 Max) ซึ่งถือว่าหนักพอสมควร ทำให้คีย์บอร์ดวางอยู่บนโต๊ะแล้วมั่นคง ไม่เลื่อนไปมาขณะพิมพ์หรือเล่นเกมอย่างรุนแรง

Keychron K4 มุมด้านข้าง โครงอลูมิเนียม OSA keycap profile

⚡ Performance & การใช้งานจริง

การใช้งานจริงของ Keychron K4 นั้นประทับใจมาก โดยเฉพาะในแง่ของความเสถียรของการเชื่อมต่อไร้สาย ทั้ง Bluetooth 5.1 และ 2.4 GHz (ในรุ่น Max/HE) ทำงานได้ลื่นไหลไม่มีดีเลย์หรือขาดหายแม้แต่น้อย ซึ่งหลายรีวิวยืนยันว่า “Bluetooth flawless” และใช้งานได้ดีทั้งกับ Mac, iPad, iPhone และ Android

การพิมพ์งานประจำวัน

สำหรับการพิมพ์งานออฟฟิศ Keychron K4 ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม ด้วยเลย์เอาต์ 96% ที่มี Numpad ครบ ทำให้สะดวกสำหรับงานที่ต้องกรอกตัวเลขบ่อยๆ เช่น งานบัญชี การเขียนโค้ด หรือ data entry การพิมพ์ด้วยสวิตช์ Gateron Brown (K4 V2) หรือ Keychron Silent Switch (K4 Max) ให้สัมผัสที่นุ่มนวล เสียงเงียบพอที่จะใช้ในออฟฟิศได้โดยไม่รบกวนเพื่อนร่วมงาน

แบตเตอรี่ 4,000 mAh ให้เวลาการใช้งานยาวนานมาก โดย K4 V2 ใช้งานได้สูงสุด 240 ชั่วโมง (10 วัน) เมื่อปิดไฟ RGB หรือประมาณ 2 สัปดาห์ในการใช้งานปกติ ส่วน K4 Max ใช้งานได้ ~190 ชั่วโมง (ปิดไฟ) หรือ ~100 ชั่วโมง (เปิด RGB ความสว่างต่ำสุด) ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องชาร์จบ่อย สะดวกสำหรับคนที่เคลื่อนที่ทำงานบ่อย

การเล่นเกม

สำหรับเกมเมอร์ Keychron K4 เหมาะกับหลายประเภทเกม โดยเฉพาะ MOBA เช่น LoL, Dota 2 และ MMORPG เพราะมี Numpad สำหรับ keybind เพิ่มเติม รวมถึงรองรับการตั้ง macro ผ่าน QMK/VIA (ในรุ่น Max/HE) สำหรับเกม FPS เช่น CS2, Valorant คีย์บอร์ดรุ่น K4 V2/Max ใช้ได้ดี แต่แนะนำให้เชื่อมต่อแบบมีสายหรือ 2.4 GHz เพื่อลด latency

ส่วน K4 HE นั้นออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ Competitive โดยเฉพาะ ด้วยฟีเจอร์ Rapid Trigger ที่ทำให้คีย์รีเซ็ตทันทีเมื่อยกนิ้ว ช่วยเพิ่มความเร็วในการ counter-strafe ใน FPS และฟีเจอร์ SOCD (Simultaneous Opposing Cardinal Directions) ที่ให้กดปุ่มทิศทางตรงข้ามพร้อมกันได้ (แม้ว่า CS2 จะแบนฟีเจอร์นี้แล้วก็ตาม) นอกจากนี้ยังมี DKS (4-in-1 action keys) ที่ตั้งให้ปุ่มเดียวทำหลายอย่างได้ เหมาะสำหรับเกมที่ต้องใช้ combo ซับซ้อน

Polling Rate ของ K4 Max และ K4 HE อยู่ที่ 1000 Hz (เมื่อใช้โหมด 2.4 GHz หรือมีสาย) ซึ่งเพียงพอสำหรับเกมมิ่งทั่วไป แต่ยังต่ำกว่าคู่แข่งระดับ high-end อย่าง Wooting 80HE ที่ทำได้ถึง 8000 Hz อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไป 1000 Hz ก็เพียงพอแล้ว

เกมเมอร์ใช้คีย์บอร์ด Keychron K4 เล่นเกม FPS
🔥 โปรโมชันพิเศษ Keychron K4

ราคาพิเศษเฉพาะช่วงนี้ พร้อมส่งฟรีและโค้ดส่วนลด อย่าพลาด!

🚀 ฟีเจอร์เด่นที่ไม่ควรพลาด

Keychron K4 มาพร้อมฟีเจอร์ที่ทำให้โดดเด่นกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปในตลาด โดยเฉพาะฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Keychron ซึ่งเน้นความยืดหยุ่นและการปรับแต่งได้สูง

ฟีเจอร์หลักที่โดดเด่น

  • Hot-swappable Socket: เปลี่ยนสวิตช์ได้ง่ายโดยไม่ต้องบัดกรี K4 V2/Max รองรับสวิตช์ MX-style 3pin/5pin ทั่วไป ส่วน K4 HE รองรับเฉพาะ Gateron double-rail magnetic switches
  • รองรับหลาย OS แบบเนทีฟ: มาพร้อม keycap ทั้ง Mac และ Windows พร้อมสวิตช์ฮาร์ดแวร์สลับ OS ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ รองรับ macOS, Windows, Linux, iOS และ Android
  • Tri-mode Connectivity: K4 Max และ K4 HE เชื่อมต่อได้ 3 แบบ (2.4 GHz + Bluetooth + USB-C) เชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 4 อุปกรณ์ สลับระหว่างอุปกรณ์ได้ง่ายด้วยปุ่มกด
  • QMK/VIA Support: K4 Pro, K4 Max และ K4 HE รองรับ QMK/VIA ปรับแต่ง keymap, macro, และ RGB ได้ลึกสุดผ่าน Keychron Launcher (เว็บเบราว์เซอร์)
  • Keychron Launcher: ซอฟต์แวร์ปรับแต่งผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ใช้งานได้ทั้ง Windows, Mac และ Linux
  • Acoustic Foam หลายชั้น (K4 Max): IXPE + PET + EPDM foam ลดเสียงรบกวนและปรับปรุงเสียงพิมพ์ให้นุ่มนวลขึ้น
  • OSA Profile Keycaps: โปรไฟล์เฉพาะของ Keychron ที่ผสมระหว่าง OEM และ Spherical-angle ให้สัมผัสพิมพ์ที่สบายกว่า

ฟีเจอร์พิเศษใน K4 HE

  • Hall Effect Magnetic Switch: ใช้เซ็นเซอร์แม่เหล็กแทนสวิตช์กลไกทั่วไป ทนทานกว่า (อายุการใช้งาน 100 ล้านครั้ง) และปรับจุดกดได้
  • Adjustable Actuation Points: ปรับจุดกดได้ละเอียด 0.2 – 3.8 มม. ความละเอียด 0.1 มม. ทุกปุ่ม ตั้งค่าแยกแต่ละปุ่มได้
  • Rapid Trigger: รีเซ็ตคีย์ทันทีเมื่อยกนิ้ว เหมาะสำหรับเกม FPS ที่ต้องการความรวดเร็วสูงสุด
  • SOCD Mode: กดปุ่มทิศทางตรงข้ามพร้อมกันได้ (W+S หรือ A+D) แต่อาจถูกแบนในบางเกม Competitive
  • DKS (4-in-1 action keys): ตั้งให้ปุ่มเดียวทำได้ 4 action ตามระดับการกดที่ต่างกัน
  • Analog Mode: ใช้ปุ่มเป็นอนาล็อกได้เหมือนจอยสติก เหมาะสำหรับเกม racing
  • 3 Profiles + 4 Layers: บันทึกโปรไฟล์ได้ 3 โปรไฟล์ พร้อม 4 เลเยอร์สำหรับตั้ง keymap ซับซ้อน
Keychron Launcher software QMK VIA RGB customization

✅ ข้อดี / ❌ ข้อเสีย

หลังจากวิเคราะห์รีวิวจากหลายแหล่งทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงบน Reddit และ Shopee เราสรุปข้อดีและข้อเสียของ Keychron K4 ได้ดังนี้

✅ ข้อดีหลัก

  • Build Quality ยอดเยี่ยม: โครงอะลูมิเนียมแข็งแรง ไม่ดัดงอ ไม่มีเสียง creak แม้กดแรง
  • เลย์เอาต์ 96% ที่ตอบโจทย์: ได้ Numpad ครบในขนาดกระทัดรัด เหมาะทั้งทำงานและเล่นเกม
  • ราคาคุ้มค่า: โดยเฉพาะ K4 HE ที่ถูกกว่าคู่แข่ง Hall Effect อื่นๆ อย่าง Wooting หรือ Iqunix
  • Wireless เสถียร: ทั้ง Bluetooth และ 2.4 GHz ทำงานได้ลื่นไหล ไม่มีดีเลย์
  • แบตเตอรี่อึด: 4000 mAh ใช้ได้นานหลายสัปดาห์ ไม่ต้องชาร์จบ่อย
  • Hot-swappable: เปลี่ยนสวิตช์ได้ง่าย ไม่ต้องบัดกรี (ยกเว้น K4 HE ที่จำกัดสวิตช์)
  • รองรับหลาย OS: มี keycap ทั้ง Mac และ Windows มาให้ ใช้งานได้กับ iOS และ Android ด้วย
  • QMK/VIA Support (รุ่นใหม่): ปรับแต่ง keymap, macro และ RGB ได้ลึกสุด

❌ ข้อเสียที่ควรรู้

  • โปรไฟล์สูง ไม่มี wrist rest: ต้องซื้อ wrist rest แยกเพิ่ม ไม่งั้นข้อมืออาจเมื่อยเมื่อใช้งานนาน
  • K4 HE จำกัดสวิตช์: ใช้ได้เฉพาะ Gateron double-rail magnetic switches เท่านั้น ไม่รองรับสวิตช์ MX ทั่วไป
  • Tray-mount (K4 HE): ให้สัมผัสแข็งกว่า gasket-mount ของคู่แข่ง ไม่มี bounce/flex
  • ซอฟต์แวร์ K4 HE ใช้ได้เฉพาะตอนเสียบสาย: และสายที่แถมมาสั้นมาก ประมาณ 1.5 เมตร
  • 96% layout อาจรู้สึก cramped: ปุ่มลูกศรชิดกับ Numpad มาก อาจกดพลาดได้ในช่วงแรก
  • K4 V2 ไม่มีซอฟต์แวร์: ปรับแต่ง macro ไม่ได้
  • Polling Rate ต่ำกว่าคู่แข่ง high-end: 1000Hz เทียบกับ 8000Hz ของ Wooting/Iqunix
  • เสียง Hall Effect top-out: สวิตช์ HE มีเสียง “clatter” เมื่อปล่อยปุ่มที่อาจไม่ถูกใจทุกคน
Keychron K4 hot-swappable switch socket close-up detail

⚖️ เปรียบเทียบกับคู่แข่ง

เพื่อให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น เรานำ Keychron K4 มาเปรียบเทียบกับคีย์บอร์ด 96% ยอดนิยมในตลาด โดยจะเปรียบเทียบทั้งรุ่นงบประหยัดและรุ่นพรีเมียม

K4 Max vs คู่แข่งในช่วงราคา

สเปคKeychron K4 MaxRoyal Kludge RK100NuPhy Halo96 V2
ราคาในไทย~3,690-4,650 บาท~1,990-2,690 บาท~5,273+ บาท
MountTray mountTray mountGasket mount
KeycapOSA Double-shot PBTABS Double-shotDouble-shot PBT
Software✅ QMK/VIARK Software✅ QMK/VIA
Polling Rate1000Hz (2.4G)ไม่ระบุ1000Hz (2.4G)
แบตเตอรี่~190 ชม.~100 ชม.~205 ชม.
ประกันไทย2 ปี1 ปี1 ปี (ตัวแทน)

สรุป: K4 Max เหนือกว่า RK100 อย่างชัดเจนในแง่ของ keycap PBT คุณภาพสูง, ซอฟต์แวร์ QMK/VIA ที่ปรับแต่งได้ลึก, และ polling rate 1000Hz ในราคาที่แพงกว่าแค่ 1,000-2,000 บาท ส่วนเทียบกับ NuPhy Halo96 V2 ราคาใกล้เคียงกัน แต่ NuPhy มี gasket mount ที่ให้สัมผัสพิมพ์นุ่มกว่าและเฟรมอะลูมิเนียมพรีเมียมกว่า

K4 HE vs คู่แข่ง Hall Effect

สเปคKeychron K4 HEWooting 80HEIqunix EZ63
ราคา$135-145~$175+~$180
Layout96% (100 keys)80% (TKL)60%
Polling Rate1000Hz8000Hz8000Hz
MountTrayGasketGasket
Macro support✅ QMK + Launcher❌ ไม่มีจำกัด
Numpad✅ มี❌ ไม่มี❌ ไม่มี

สรุป: K4 HE ถูกกว่าคู่แข่ง Hall Effect ชัดเจน และเป็นเพียงรุ่นเดียวที่มี Numpad ครบ เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการคีย์บอร์ด Hall Effect สำหรับทั้งเกมและงาน นอกจากนี้ยังรองรับ macro ผ่าน QMK ซึ่งWooting ยังไม่มี อย่างไรก็ตาม polling rate ที่ 1000Hz ยังต่ำกว่าคู่แข่ง และ tray-mount ให้สัมผัสแข็งกว่า gasket-mount ของคู่แข่ง

เปรียบเทียบขนาด Keychron K4 96% กับคีย์บอร์ด Full-size
⚡ เช็คราคาล่าสุด Keychron K4

เปรียบเทียบราคาจากหลายร้านค้า หาดีลที่ดีที่สุดได้ที่นี่!

👥 เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร

Keychron K4 มีหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ต่างกลุ่มกัน ดังนั้นเราจะแนะนำว่ารุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง

✅ เหมาะกับคุณถ้า

  • คนทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้ Numpad: งานบัญชี วิศวกร data entry หรือใครก็ตามที่กรอกตัวเลขบ่อยๆ เลือก K4 V2 หรือ K4 Max
  • ผู้ใช้ Mac/iPad เป็นหลัก: Keychron เป็นแบรนด์ที่รองรับ Mac ได้ดีที่สุด มี keycap Mac มาให้ในกล่อง
  • เกมเมอร์ MOBA/MMORPG: ต้องการปุ่มเยอะสำหรับ keybind และ macro เลือก K4 Max (มี QMK/VIA)
  • เกมเมอร์ Competitive FPS: ต้องการ Rapid Trigger และ Hall Effect switch เลือก K4 HE
  • สายคัสตอมสวิตช์: K4 V2/Max รองรับสวิตช์ MX-style ทั่วไป ซื้อสวิตช์มาเปลี่ยนเองได้
  • คนมือเล็ก-กลาง: 96% layout กระทัดรัด เหมาะกับมือเล็กถึงกลาง
  • คนที่ต้องการคีย์บอร์ดไร้สาย: เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth และ 2.4 GHz แบตอึด
  • Content Creator/สตรีมเมอร์: ดีไซน์สวย RGB ปรับได้ เหมาะโชว์ในคลิป

❌ ไม่เหมาะกับคุณถ้า

  • คนมือใหญ่: 96% layout อาจรู้สึก cramped ปุ่มชิดกันเกินไป แนะนำให้ลองก่อนซื้อ
  • ต้องการ gasket-mount: K4 ใช้ tray-mount ให้สัมผัสแข็ง ถ้าต้องการ bounce/flex แนะนำ NuPhy Halo96
  • ต้องการ polling rate สูงสุด (>1000Hz): ถ้าเป็นนักกีฬา Esports ระดับโปร แนะนำ Wooting 80HE (8000Hz)
  • ต้องการปรับแต่งสวิตช์ในK4 HE: K4 HE จำกัดเฉพาะสวิตช์ Gateron double-rail เท่านั้น
  • งบจำกัดมาก (ต่ำกว่า 2,500 บาท): แนะนำคีย์บอร์ดงบประหยัดรุ่นอื่นเช่น Redragon K530 Pro
  • ต้องการ volume knob: K4 ไม่มีลูกบิดปรับเสียง ต้องใช้ปุ่มกดแทน
  • เล่นเกม competitive ที่แบน SOCD: เช่น CS2 ที่แบน Snap Tap แล้ว ฟีเจอร์ SOCD ของ K4 HE อาจใช้ไม่ได้
Keychron K4 บนโต๊ะทำงานมินิมอล พร้อม MacBook iPad

🎯 สรุปและคำแนะนำสุดท้าย

Keychron K4 เป็นคีย์บอร์ดเมคคานิคอลไร้สาย 96% ที่ตอบโจทย์ได้ทั้งการทำงานและเล่นเกม ด้วยเลย์เอาต์กระทัดรัดที่ยังคงมี Numpad ครบ, build quality ที่ยอดเยี่ยม, และราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงราคา 3,500-7,000 บาท

สำหรับการเลือกซื้อ เราแนะนำดังนี้: K4 V2 เหมาะกับคนที่ต้องการคีย์บอร์ดพื้นฐานแต่คุณภาพดี ไม่ต้องการปรับแต่งมาก ในราคาประมาณ 4,390 บาท K4 Max เป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุด มี QMK/VIA, 2.4 GHz, และ acoustic foam ครบ เหมาะกับทั้งทำงานและเกมทั่วไป ในราคา 3,690-4,650 บาท ส่วน K4 HE เหมาะกับเกมเมอร์ Competitive โดยเฉพาะสาย FPS ที่ต้องการ Rapid Trigger และความแม่นยำสูงสุด ในราคา 5,980-6,995 บาท

โดยรวมแล้ว Keychron K4 คือคีย์บอร์ดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่ต้องการ Numpad แต่ไม่อยากให้คีย์บอร์ดกินพื้นที่โต๊ะมาก ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานกับตัวเลขบ่อยหรือเล่นเกม MOBA/MMORPG เราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง!

สนใจเปรียบเทียบกับคีย์บอร์ดรุ่นอื่นเพิ่มเติม? ลองดูรีวิว Akko 5075B Plus (งบ 3,000 บาท) หรือLemokey L3 (คีย์บอร์ดเกมมิ่งจาก Keychron) เพื่อหาคีย์บอร์ดที่ใช่สำหรับคุณ

Keychron K4 unboxing สายชาร์จ keycap puller ในกล่อง

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. Keychron K4 รุ่นไหนดีที่สุด?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าเป็นคนทำงานและเล่นเกมทั่วไป แนะนำ K4 Max เพราะมีฟีเจอร์ครบที่สุดในราคาที่จับต้องได้ (3,690-4,650 บาท) มี QMK/VIA, 2.4 GHz, keycap PBT และ acoustic foam ส่วนถ้าเป็นเกมเมอร์ Competitive FPS ให้เลือก K4 HE เพราะมี Rapid Trigger และสวิตช์ Hall Effect

2. Keychron K4 เล่นเกมได้ดีไหม?

ได้ดีมาก โดยเฉพาะเกม MOBA และ MMORPG ที่ต้องการปุ่มเยอะและ Numpad สำหรับ keybind สำหรับเกม FPS แนะนำให้ใช้โหมด 2.4 GHz หรือมีสาย (K4 Max/HE) เพื่อให้ได้ polling rate 1000Hz และลด latency ส่วน K4 HE ยิ่งดีกว่าเพราะมี Rapid Trigger และปรับจุดกดได้

3. Keychron K4 ใช้กับ Mac ได้ไหม?

ได้แน่นอน! Keychron K4 รองรับ Mac แบบเนทีฟ มีสวิตช์สลับระหว่าง Mac/Windows ที่ตัวคีย์บอร์ด และมา keycap สำหรับ Mac (Command, Option) ในกล่องให้เลย รองรับทั้ง macOS, iPad และ iPhone ผ่าน Bluetooth

4. Keychron K4 แบตอยู่ได้นานแค่ไหน?

แบตเตอรี่ 4,000 mAh ของ K4 อยู่ได้นานมาก โดย K4 V2 ใช้งานได้สูงสุด 240 ชั่วโมง (10 วัน) เมื่อปิดไฟ หรือประมาณ 2 สัปดาห์ในการใช้งานปกติ ส่วน K4 Max ใช้งานได้ ~190 ชั่วโมง (ปิดไฟ) หรือ ~100 ชั่วโมง (เปิด RGB ต่ำสุด) ส่วน K4 HE ใช้งานได้ ~110 ชั่วโมง (ปิดไฟ)

5. Keychron K4 เปลี่ยนสวิตช์ได้ไหม?

ได้ทุกรุ่น แต่มีข้อจำกัดต่างกัน K4 V2 และ K4 Max เป็น hot-swappable รองรับสวิตช์ MX-style 3pin/5pin ทั่วไป เปลี่ยนได้ง่ายไม่ต้องบัดกรี ส่วน K4 HE รองรับเฉพาะสวิตช์ Gateron double-rail magnetic switches เท่านั้น ไม่สามารถใช้สวิตช์ MX ทั่วไปได้

6. ควรเลือก Keychron K4 หรือ Royal Kludge RK100?

ถ้างบจำกัดมาก (ไม่เกิน 2,500 บาท) แนะนำ RK100 แต่ถ้ามีงบพอ (3,500-4,500 บาท) แนะนำ Keychron K4 Max เพราะได้ keycap PBT คุณภาพสูงกว่า, ซอฟต์แวร์ QMK/VIA ที่ปรับแต่งได้ลึก, polling rate 1000Hz, และประกัน 2 ปี ซึ่งคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

7. Keychron K4 HE คุ้มค่าไหม?

คุ้มมากถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ Competitive FPS เพราะราคาแค่ $135-145 (ประมาณ 5,980-6,995 บาท) ถูกกว่าคู่แข่ง Hall Effect อย่าง Wooting 80HE (~$175) และ Iqunix EZ63 (~$180) มาก นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นเดียวที่มี Numpad และรองรับ macro ผ่าน QMK ซึ่ง Wooting ยังไม่มี อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ได้เล่นเกม competitive มากนัก K4 Max อาจคุ้มค่ากว่า

สนใจอ่านบทความเกี่ยวกับคีย์บอร์ดเกมมิ่งงบประหยัดรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่!

อ้างอิงจาก: Keychron Official, RTINGS.com, NotebookCheck, How-To Geek