ถ้าพูดถึงเมาส์สาย FPS ระดับแข่งขัน ชื่อของซีรีส์ EC จาก ZOWIE มักถูกพูดถึงเสมอ และในยุคที่เมาส์ไร้สาย 4K กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ZOWIE EC2-DW 4K Wireless ก็คือรุ่นที่ออกมาอัปเกรดทุกอย่างจาก EC2 รุ่นเดิม ทั้งเซนเซอร์ใหม่ 3950, น้ำหนักลดเหลือราว 60 กรัม และตัวรับสัญญาณ 4K ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นแข่งโดยเฉพาะ
รีวิวนี้จะพาไปดูว่า EC2-DW ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับเมาส์โปรตัวท็อปในตลาด น้ำหนักเบาพอสำหรับสาย FPS จริงไหม ทรง EC ดั้งเดิมยังตอบโจทย์ยุค 4K หรือเปล่า และสุดท้าย “เหมาะกับคุณหรือไม่” เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นในบทความอย่าง เมาส์เกมมิ่ง รุ่นต่าง ๆ ที่เราเคยรีวิวไว้บนเว็บ
ถ้าคุณเป็นสาย FPS ที่อ่านบทความอย่าง เมาส์เกม FPS ที่แนะนำจากโปรเพลเยอร์ที่ใช้จริง หรือกำลังหาเมาส์ไร้สายตัวจบจากลิสต์ เมาส์เกมมิ่งไร้สาย 2025 อยู่ EC2-DW เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ควรศึกษาให้จบก่อนตัดสินใจซื้อ
เช็คราคาและโปรโมชันล่าสุดจาก Shopee
✓ ส่งฟรี | ✓ รับประกันสินค้า | ✓ ราคาดีที่สุด
Quick Info: ZOWIE EC2-DW คือเมาส์แบบไหน?
– ประเภท: เมาส์เกมมิ่งไร้สาย 2.4 GHz พร้อมตัวรับสัญญาณ 4K
– ทรง: เออร์โกโนมิกส์สำหรับมือขวา (Ergonomic Right-handed) ขนาด M
– น้ำหนัก: ประมาณ 60 กรัม (เบากว่า EC2-CW รุ่นก่อนแบบรู้สึกได้)
– เซนเซอร์: PixArt PAW3950 ระดับเรือธง
– DPI: 400 / 800 / 1000 / 1200 / 1600 / 3200 (ปรับจากปุ่มใต้เมาส์)
– Polling Rate: 125 / 500 / 1000 / 2000 / 4000 Hz
– ซอฟต์แวร์: ไม่มี ใช้การปรับค่าผ่านฮาร์ดแวร์ล้วน
– กลุ่มเป้าหมาย: ผู้เล่น FPS / Tactical FPS ที่ต้องการความเสถียรและทรง EC ดั้งเดิมในยุคเมาส์ไร้สาย 4K
สเปค ZOWIE EC2-DW แบบละเอียด
| แบรนด์ / รุ่น | BenQ ZOWIE EC2-DW 4K Wireless Mouse for Esports |
| ประเภท | เมาส์เกมมิ่งไร้สาย 2.4 GHz สำหรับอีสปอร์ต (มีตัวรับสัญญาณ 4K ในกล่อง) |
| เซนเซอร์ | PixArt PAW3950 Optical Sensor |
| DPI / CPI | 400 / 800 / 1000 / 1200 / 1600 / 3200 (เปลี่ยนจากปุ่มใต้เมาส์ ไม่มีค่า Custom) |
| Polling Rate | 125 / 500 / 1000 / 2000 / 4000 Hz |
| การเชื่อมต่อ | 2.4 GHz Wireless ผ่าน Enhanced 4K Receiver (ไม่มี Bluetooth) |
| น้ำหนัก | ประมาณ 60 กรัม (ไม่รวมสาย) |
| ขนาดโดยประมาณ | กว้าง 60.8 มม. x ยาว 123 มม. x สูง 42.1 มม. (ไซส์ M) |
| จำนวนปุ่ม | คลิกซ้าย, คลิกขวา, Scroll Click, ปุ่มข้าง 2 ปุ่ม, ปุ่ม DPI, ปุ่ม Polling / ฟังก์ชัน |
| Scroll Wheel | 24-step wheel สเต็ปชัดแบบเอกลักษณ์ ZOWIE |
| Feet / Skates | Virgin PTFE feet พร้อมชุดสำรองในกล่อง |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้ราว ~80 ชม. ที่ 1000 Hz, ~30 ชม. ที่ 2000 Hz, ~24 ชม. ที่ 4000 Hz (ขึ้นกับการใช้งานจริง) |
| การชาร์จ | ชาร์จผ่านสาย USB-C เข้าตัวรับสัญญาณ ทำหน้าที่เป็นแท่นชาร์จ |
| ซอฟต์แวร์ | ไม่มีซอฟต์แวร์ ปรับค่าทั้งหมดด้วยปุ่มบนตัวเมาส์ |
| ราคาในไทย (โดยประมาณ) | ช่วงราว 4,990 – 5,590 บาท ขึ้นกับร้านและโปรโมชัน |
มองหาเมาส์ไร้สาย 4K สำหรับ FPS ที่ไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ ZOWIE EC2-DW คือหนึ่งในตัวเต็งของปีนี้ | Shopee
Design & Build Quality: ทรง EC ในยุคเมาส์ไร้สาย 4K
เอกลักษณ์ของ EC ซีรีส์คือทรงเออร์โกโนมิกส์สำหรับมือขวาที่โค้งรับสันมือได้ดีมาก และ ZOWIE เลือกจะไม่เปลี่ยนดีไซน์ที่โปรทั่วโลกคุ้นเคย แต่ไปปรับด้านในแทน ทั้งน้ำหนัก เซนเซอร์ และระบบไร้สาย ทำให้คนที่ใช้ EC2 รุ่นเก่าอยู่แล้วเปลี่ยนมา EC2-DW ได้โดยแทบไม่ต้องจูนท่าจับใหม่
ตัวเมาส์มีหลังสูงรับอุ้งมือ ด้านซ้ายบุ๋มเล็กน้อยให้วางนิ้วโป้งได้ถนัด ส่วนด้านขวาไล่ระดับลงมารับนิ้วนางกับนิ้วก้อย เหมาะมากกับคนที่ใช้ palm grip หรือ claw grip แบบเอนไปทาง palm ใครที่เคยอ่านคู่มือเลือกอุปกรณ์อย่าง การเลือกอุปกรณ์เกมมิ่งที่เหมาะสม จะรู้เลยว่าทรงนี้เกิดมาเพื่อสาย FPS ที่เน้นคุมกล้ามเนื้อแขนกับข้อมือเป็นหลัก
ผิวเคลือบเป็นแบบด้าน (Matte) ตามสไตล์ ZOWIE จับแล้วรู้สึกฝืดมือกำลังดี ไม่ลื่นหลุดง่าย แม้เหงื่อจะออก ระดับงานประกอบโดยรวมแน่น ไม่มีเสียงกรอบแกรบจากการบีบตัวเมาส์ และถึงแม้จะลดน้ำหนักลงมาที่ราว 60 กรัม ภายในก็ยังไม่ให้ฟีลกลวงโบ๋แบบเมาส์บางรุ่นในตลาด

จุดที่หลายคนชมคือการกระจายน้ำหนักที่บาลานซ์ดีมาก ไม่ถ่วงหัวหรือถ่วงท้ายจนเกินไป เวลา flick ซ้ายขวาเร็ว ๆ ในเกม FPS อย่าง Valorant หรือ CS2 เมาส์จะให้ฟีลไปกับมือแบบไม่ต้องออกแรงต้าน งาน feet ใช้ Virgin PTFE คุณภาพดี ลื่นตั้งแต่แกะกล่อง และยังแถมชุดสำรองมาให้ในกล่องอีก ทำให้ไม่ต้องรีบหา feet เสริมทันทีเหมือนบางแบรนด์

Performance & การใช้งานจริง: สาย FPS ใช้แล้วรู้สึกอย่างไร
หัวใจหลักของ EC2-DW คือการอัปเกรดเป็นเซนเซอร์ PAW3950 พร้อมการรองรับ Polling Rate สูงสุด 4,000 Hz เมื่อใช้ร่วมกับ Enhanced 4K Receiver ที่แถมมาในกล่อง ถ้าเทียบกับเมาส์มีสายยุคเก่า การเคลื่อนไหวจะรู้สึกแนบเนียนกว่าเดิม โดยเฉพาะตอนเลื่อนเมาส์ช้า ๆ เพื่อ micro-adjust crosshair บนหัวศัตรู ความรู้สึก “ลื่นแต่ไม่ลอย” เป็นจุดเด่นของ ZOWIE อยู่แล้ว และในรุ่น DW ก็ยังคงเอกลักษณ์นี้ไว้ครบ
ในการใช้งานจริงสำหรับเกม FPS เช่น CS2, Valorant, Apex Legends จุดที่โดดเด่นคือ:
– การเลื่อนแนวนอน (Horizontal tracking) ทำได้ดีมาก ทรง EC ช่วยให้คุมกล้ามเนื้อแขนและข้อมือให้เคลื่อนเป็นเส้นตรงได้ง่าย
– การปรับ DPI แบบ step (800 / 1000 / 1600) ที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐานของโปร ทำให้สลับค่าไปมาได้สะดวกบนตัวเมาส์เอง เวลาเปลี่ยนเกมหรือเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ต้องเปิดซอฟต์แวร์เพิ่ม
– Click latency อยู่ในระดับท็อปของตลาด แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่แรงที่สุดแบบเมาส์โปรบางรุ่น แต่ในโลกความเป็นจริงแทบแยกไม่ออกระหว่าง 1-2 รุ่นท็อปเหล่านี้
Enhanced Receiver ของ ZOWIE ถูกออกแบบมาให้รับสัญญาณแบบ “หันหน้าเข้าหาเมาส์” ลดการรบกวนจากด้านหลัง เหมาะมากกับการใช้งานในห้องที่มีสัญญาณ Wi-Fi / อุปกรณ์ไร้สายเยอะ ๆ และในงานแข่ง LAN จุดนี้คือเหตุผลสำคัญที่แบรนด์อย่าง ZOWIE ยังถูกเลือกใช้ในทัวร์นาเมนต์อยู่บ่อยครั้ง
ถ้าเทียบกับเมาส์ไร้สายทั่วไปที่คุณอาจเคยอ่านจากบทความอย่าง เมาส์ไร้สาย vs เมาส์มีสาย จะรู้สึกได้ว่า EC2-DW ขยับเข้าใกล้ฟีลเมาส์มีสายมากขึ้น ทั้งในแง่ input lag และความนิ่งของเคอร์เซอร์ระหว่างเล็ง

ด้านแบตเตอรี่ หากใช้ที่ 1,000 Hz จะอยู่ราว ๆ 70–80 ชั่วโมง แบบใช้งานจริงต่อวันหลายชั่วโมงถือว่าอยู่ได้หลายวันต่อชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ถ้าดัน 4,000 Hz ตลอดเวลาก็ต้องยอมรับว่าแบตจะลดลงเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับคนที่เปิด 4K เฉพาะช่วง Ranked หรือทัวร์นาเมนต์ ส่วนวันปกติอาจใช้ที่ 1,000 หรือ 2,000 Hz แทน
ถ้าต้องการอ่านรีวิวเชิงเทคนิคเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถดูจาก หน้าเว็บทางการ ZOWIE EC2-DW หรือรีวิวแบบวัดตัวเลขละเอียดจาก RTINGS ประกอบกับรีวิวเชิงใช้งานจริงในบทความนี้ได้
เช็คราคาดีลสุดคุ้มของ ZOWIE EC2-DW จาก Shopee
⚡ เช็คโปรโมชัน | ✓ ส่งฟรี | 🔒 ของแท้ 100%
ฟีเจอร์เด่น & การปรับแต่ง: สายแข่งถูกใจ สาย Casual ต้องทำใจ
จุดที่ทำให้ ZOWIE แตกต่างจากคู่แข่งหลายแบรนด์คือแนวคิด “No Software” ทุกอย่างปรับจากตัวเมาส์ล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็น DPI, Polling Rate, Lift-off Distance (LOD), Click Response Time หรือโหมด Motion Sync สำหรับคนที่เล่นแข่งหรือไม่ชอบลงโปรแกรมเสริม นี่คือข้อดีชัดเจน เพราะเสียบกับเครื่องไหนก็ได้เซตติ้งเดิมทันที
แต่ในมุมสาย Casual หรือคนที่ชอบปรับทุกอย่างละเอียด ซิงก์โปรไฟล์กับเกม ผ่านซอฟต์แวร์อย่าง Logitech G HUB หรือ Razer Synapse อาจรู้สึกว่าขาดอะไรไปเยอะ เพราะไม่สามารถ rebind ปุ่ม, ตั้ง DPI แบบละเอียด หรือสร้าง Macro ได้เหมือนเมาส์ในรีวิวอื่นบนเว็บ เช่น Logitech G102 Lightsync หรือเมาส์สาย RGB

สรุปง่าย ๆ: ถ้าคุณอยากได้เมาส์ที่ “เสียบแล้วจบ” ไม่ต้องเปิดโปรแกรม แต่ยังสามารถจูนค่าเชิงเทคนิคอย่าง LOD หรือ Click Response ให้ตรงกับสไตล์การยกเมาส์และการกด EC2-DW ตอบโจทย์มาก แต่ถ้าคุณคือคนที่ชอบเมาส์ฟีเจอร์จัดเต็ม ไฟ RGB ปรับได้ทุกโซน มีมาโครทั้งคีย์บอร์ด & เมาส์ อาจต้องมองไปที่แบรนด์อื่นแทน
ข้อดี / ข้อเสีย ของ ZOWIE EC2-DW
ข้อดี
– ทรง EC ดั้งเดิมที่โปร FPS ใช้กันมานาน ใช้แล้วคุมแนวนอนดีมาก
– น้ำหนักเบา (ประมาณ 60 กรัม) แต่ตัวเมาส์ยังรู้สึกแน่น ไม่กลวง
– เซนเซอร์ PAW3950 + Polling 4,000 Hz พร้อม Enhanced Receiver ให้ฟีลการเคลื่อนไหวเนียนและเสถียร
– ไม่มีซอฟต์แวร์ให้วุ่นวาย เหมาะกับสายแข่งหรือคนที่ไม่อยากมีโปรแกรมรันหลังเครื่อง
– feet PTFE คุณภาพดี แถมสำรองในกล่อง ช่วยยืดอายุการใช้งาน
– ตัวรับสัญญาณทำหน้าที่เป็น Stand สำหรับชาร์จไปในตัว เคลียร์สายบนโต๊ะได้ดี
ข้อเสีย
– ไม่มีซอฟต์แวร์ ปรับ DPI ได้เฉพาะค่าที่ให้มา และไม่สามารถทำมาโครหรือ rebind ปุ่มได้
– ไม่มี Bluetooth และ Scroll Wheel ไม่มีโหมด free scroll / tilt click ทำให้ไม่เหมาะสายทำงานออฟฟิศเท่าเมาส์สาย Productivity
– ปุ่มกลาง (Scroll Click) ค่อนข้างแข็งสำหรับบางคน ถ้ากดบ่อยอาจล้าได้
– มีรายงานเล็กน้อยเรื่อง Scroll Wheel ให้ฟีลโยกนิด ๆ ในบางตัว (ขึ้นกับล็อตและ QC)
– ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ให้ DPI สูงกว่า + มีซอฟต์แวร์ครบเครื่อง
เทียบคู่แข่ง: EC2-DW vs เมาส์โปรยอดนิยมตัวอื่น
ในช่วงราคาประมาณ 4,000–6,000 บาท ZOWIE EC2-DW จะไปชนกับเมาส์โปรสาย FPS ตัวท็อปหลายรุ่น เช่น Logitech G Pro X Superlight, Razer DeathAdder V3, Razer Viper V3 Pro หรือเมาส์ไร้สายเบา ๆ อย่าง Glorious Model O Wireless เป็นต้น

เมื่อเทียบกับ Logitech G Pro X Superlight
– G Pro X Superlight เป็นเมาส์ ambidextrous ทรงสมมาตร เบากว่าเล็กน้อย และมี DPI สูงกว่ามาก เหมาะกับคนที่ชอบ shape ทรงกลาง จับได้ทั้ง claw/fingertip
– EC2-DW เหมาะกับคนที่ต้องการทรง ergo มือขวาชัดเจน รักทรง EC เดิม และไม่สน DPI สูงเกิน 3,200 มากนัก
หากสนใจ G Pro X Superlight สำหรับใช้เทียบกับ EC2-DW ในตระกร้าช้อป สามารถเช็คราคาผ่านลิงก์นี้ได้เลย: Logitech G Pro X Superlight เมาส์เกมมิ่งไร้สายยอดนิยม
เมื่อเทียบกับ Razer DeathAdder V3
– DeathAdder V3 เป็นเมาส์ ergo มือขวาเช่นเดียวกัน แต่น้ำหนักและ shape จะต่างจาก EC2-DW เล็กน้อย ให้ฟีลโค้งและรองมือมากขึ้น
– จุดแข็งของฝั่ง Razer คือ DPI สูง, ซอฟต์แวร์จัดเต็ม, และ ecosystem อุปกรณ์เสริม เช่น HyperPolling dongle สำหรับอัปเกรด 4K
เมื่อเทียบกับ Razer Viper V3 Pro
– Viper V3 Pro เน้นความเบาสุด, ambi shape และเน้น performance สูงสุดในเชิงตัวเลข (DPI, latency)
– EC2-DW เน้นฟีลจับและความคุ้นเคยของ shape มากกว่า เหมาะกับคนที่เคยเล่น EC มาอยู่แล้ว

เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
เหมาะมากถ้า…
– คุณเล่น FPS / Tactical FPS เป็นหลัก (CS2, Valorant, R6) และให้ความสำคัญกับ shape มากกว่าไฟ RGB หรือฟีเจอร์เสริม
– คุณเคยใช้ EC2 รุ่นมีสายหรือ EC2-CW มาก่อน และอยากอัปเกรดไปไร้สาย 4K โดยไม่ต้องปรับนิสัยจับเมาส์ใหม่
– คุณชอบเมาส์ที่ “จบในตัว” ไม่อยากลงซอฟต์แวร์หรือให้มีโปรแกรมรันหลังเครื่องเพิ่ม
– คุณมีมือขนาดกลาง (ประมาณ 17–19 ซม. ยาว) และใช้ grip แบบ palm / claw เป็นหลัก
– คุณให้ความสำคัญกับความเสถียรระยะยาวมากกว่าตัวเลข DPI บนกล่อง
อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้า…
– คุณต้องการเมาส์ที่มีซอฟต์แวร์ทำมาโคร, rebind ปุ่ม, ปรับ DPI แบบละเอียด หรือมีโปรไฟล์ตามแต่ละเกม
– คุณเล่นเกม MMO / MOBA ที่ใช้ปุ่มเสริมจำนวนมาก หรืออยากได้ Scroll Wheel แบบ free scroll สำหรับใช้งานออฟฟิศควบคู่
– คุณชอบเมาส์ ambidextrous ที่สมมาตรทั้งสองข้างมากกว่าทรง ergo
– งบประมาณจำกัดมาก และอยากหาเมาส์ไร้สายคุ้ม ๆ จากลิสต์ เมาส์ไร้สายงบประหยัด แทนที่จะจ่ายเต็มสำหรับเมาส์ระดับโปร
เมาส์ทรง EC ตำนานสาย FPS ในเวอร์ชันไร้สาย 4K Polling Rate
สรุป: ZOWIE EC2-DW ดีไหม ควรซื้อหรือเปล่า?
สำหรับเกมเมอร์ FPS ที่ให้ความสำคัญกับ shape, ความเสถียร และความเรียบง่ายในการใช้งานมากกว่าฟีเจอร์หวือหวา ZOWIE EC2-DW คือหนึ่งในเมาส์ไร้สาย 4K ที่ตอบโจทย์ที่สุดในตลาดตอนนี้ ทรง EC เดิมที่ปรับมาหลายเจนจนลงตัว บวกกับน้ำหนักราว 60 กรัม และระบบไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อแข่งโดยเฉพาะ ทำให้มันเป็นเมาส์ที่ “ไม่ต้องมีอะไรเยอะ แต่ทำสิ่งที่สำคัญได้ดีมาก”
ข้อจำกัดเรื่องไม่มีซอฟต์แวร์ DPI สูงสุดแค่ 3,200 และ Scroll Wheel ที่ไม่เน้นฟีเจอร์ office ทำให้มันไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่รู้ชัดว่าตัวเองคือสาย FPS เน้นเมาส์หนึ่งตัวใช้ยาว ๆ เล่นเกมเป็นหลัก EC2-DW เป็นตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์สั้น ๆ ร่วมกับเมาส์โปรรุ่นฮิตที่เราเคยพูดถึงใน หน้าเมาส์เกมมิ่ง และบทความแนะนำรุ่นยอดนิยม
ถ้าคุณยังลังเลระหว่างการจัดชุดอุปกรณ์เกมมิ่งทั้งหมด ทั้งเก้าอี้ เกมมิ่งมอนิเตอร์ และเมาส์ แนะนำให้อ่าน เก้าอี้เกมมิ่ง, จอมอนิเตอร์ และรวมรีวิวต่าง ๆ บนเว็บเพื่อวางงบให้บาลานซ์ทั้งเซ็ต
ส่วนใครที่อ่านจบแล้วมั่นใจว่า “นี่แหละเมาส์สำหรับ Ranked ซีซันหน้า” สามารถดูดีลของ เมาส์ ZOWIE EC2-DW 4K Wireless สำหรับสาย FPS จากร้านออนไลน์เจ้าดังได้ทันที
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ZOWIE EC2-DW
Q1: ZOWIE EC2-DW เหมาะกับมือขนาดไหน?
A: EC2-DW เป็นไซส์กลาง (Medium) เหมาะกับมือยาวประมาณ 17–19 ซม. โดยเฉพาะคนที่ใช้ palm grip หรือ claw grip ถ้ามือเล็กมากอาจมอง EC3-DW แทน ส่วนมือใหญ่มาก ๆ ที่ชอบเต็มมืออาจลอง EC1-DW จะเหมาะกว่า
Q2: ZOWIE EC2-DW มีซอฟต์แวร์ให้โหลดไหม?
A: ไม่มี EC2-DW ถูกออกแบบมาให้ปรับค่าทุกอย่างผ่านตัวเมาส์ล้วน ๆ เช่น DPI, Polling Rate, LOD, Click Response Time, Motion Sync ซึ่งเป็นแนวคิดคลาสสิกของ ZOWIE ที่เน้นความเรียบง่ายและเหมาะกับการแข่งขัน
Q3: ใช้ 4,000 Hz ต่างจาก 1,000 Hz มากแค่ไหน?
A: ในเชิงตัวเลข 4,000 Hz จะส่งข้อมูลเมาส์ไปยังพีซีบ่อยกว่า 1,000 Hz หลายเท่า ทำให้การขยับดูเนียนและ “ต่อเนื่อง” ขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่เล่นเซนซิทีฟต่ำและเน้น micro-adjust อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เล่นทั่วไปความต่างอาจไม่ได้รู้สึกชัดเท่ากับการเลือก shape ให้ตรงมือหรือปรับความไวเมาส์ให้เหมาะตัวเอง
Q4: แบตเตอรี่หมดเร็วไหมถ้าใช้ที่ 4,000 Hz ตลอด?
A: ถ้าเปิด 4,000 Hz ตลอดเวลาจะทำให้แบตเตอรี่ลดเร็วกว่าการใช้ที่ 1,000 Hz ค่อนข้างชัด แนะนำให้ใช้ 1,000–2,000 Hz เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับเล่นทั่วไป แล้วค่อยดันไป 4,000 Hz ในช่วงที่ต้องการ performance สูงสุด เช่น แข่งทัวร์นาเมนต์หรือดัน Rank หนัก ๆ
Q5: ถ้าเทียบกับ Logitech G Pro X Superlight เลือกตัวไหนดี?
A: ถ้าคุณชอบเมาส์ทรงสมมาตร เน้นน้ำหนักเบาสุด ซอฟต์แวร์ครบ พร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ เมาส์เกมมิ่ง Logitech G Pro X Superlight เป็นตัวเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าคุณชอบทรง ergo มือขวาแบบ EC รักความเรียบง่ายของ ZOWIE และอยากได้ receiver 4K ในกล่อง EC2-DW จะตอบโจทย์มากกว่า
Q6: EC2-DW ใช้ทำงานออฟฟิศหรืองานกราฟิกได้ไหม?
A: ใช้ได้แน่นอน เพราะเซนเซอร์และความนิ่งของเคอร์เซอร์ถือว่าดีมากสำหรับงานละเอียด เพียงแต่ไม่มีฟีเจอร์อย่าง free scroll, tilt wheel, หรือ Bluetooth ถ้าคุณต้องการเมาส์ที่เน้น productivity จริง ๆ อาจมองเมาส์สายทำงานโดยเฉพาะคู่ไปด้วยจะสะดวกกว่า
Q7: ถ้าพึ่งเริ่มประกอบเซ็ตเกมมิ่ง ควรเริ่มจากเมาส์แบบนี้เลยไหม?
A: ถ้างบถึง และคุณตั้งใจจะเล่น FPS อย่างจริงจัง EC2-DW เป็นการลงทุนที่ดี เพราะ shape และ performance อยู่ในระดับโปร แต่ถ้าคุณยังอยู่ในช่วงทดลอง อยากลองอุปกรณ์หลายแบบก่อน แนะนำให้เริ่มจากรุ่นคุ้มค่ากว่าในหมวด เมาส์เกมมิ่ง แล้วค่อยอัปเกรดมา EC2-DW เมื่อรู้สไตล์ตัวเองชัดเจนขึ้น
