ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ FPSที่กำลังมองหาเมาส์ไร้สายที่เบาที่สุดและตอบสนองเร็วที่สุด Logitech G Pro X Superlight 2 น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่โผล่เข้ามาในหัวคุณแน่นอน รุ่นนี้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2023 เป็นการอัปเกรดจากรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักกีฬา E-sport และเกมเมอร์แข่งขัน
วันนี้เราจะมาพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมาว่า Logitech G Pro X Superlight 2 มีอะไรให้บ้าง มันเหมาะกับคุณจริงหรือไม่ และที่สำคัญ มันคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไปเกือบ 4,000-5,000 บาทหรือเปล่า
สรุปเร็ว: ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
จุดเด่นสุดยอด:
- น้ำหนักเพียง 60 กรัม เบาสุดในกลุ่มเมาส์ Pro
- สวิตช์ LIGHTFORCE ใหม่ แก้ปัญหา Double-Click
- Polling Rate 2,000 Hz ลดความหน่วงเวลาตอบสนอง
- เซ็นเซอร์ HERO 2 แม่นยำสูง DPI สูงสุด 32,000
- แบตเตอรี่ 95 ชั่วโมง (50 ชม. ที่ 2K Hz)
ข้อควรระวัง:
- ราคาค่อนข้างสูง 3,990-5,350 บาท
- มีเพียง 5 ปุ่ม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการปุ่มเพิ่ม
- มีรายงานปัญหา Firmware ที่ควรระวัง
- ไม่คุ้มค่าที่จะอัปเกรดถ้ามีรุ่นแรกอยู่แล้ว
เหมาะกับ: เกมเมอร์ FPS แบบแข่งขัน มือขนาดกลางถึงใหญ่ คนที่ชื่นชอบเมาส์น้ำหนักเบา
ไม่เหมาะกับ: คนงบจำกัด มือเล็ก หรือต้องการปุ่มเพิ่มเติม
เช็คราคาและโปรโมชันจาก Shopee ได้เลย
สเปคสินค้า Logitech G Pro X Superlight 2

| รายการ | รายละเอียด |
| เซ็นเซอร์ | HERO 2 Optical Sensor |
| DPI | 100 – 32,000 (ปรับได้) |
| Polling Rate | สูงสุด 2,000 Hz (ไร้สาย), 1,000 Hz (สาย) |
| น้ำหนัก | 60 กรัม |
| ขนาด | 125 x 63.5 x 40 มม. |
| รูปทรง | Symmetrical (เหมาะมือขวา) |
| ปุ่ม | 5 ปุ่ม (โปรแกรมได้) |
| สวิตช์ | LIGHTFORCE Hybrid Optical-Mechanical |
| การเชื่อมต่อ | LIGHTSPEED Wireless (2.4GHz) |
| แบตเตอรี่ | 95 ชั่วโมง (50 ชม. ที่ 2K Hz) |
| การชาร์จ | USB-C |
| ซอฟต์แวร์ | Logitech G Hub |
| ราคา | 3,990 – 5,350 บาท |
ดีไซน์และคุณภาพการประกอบ

เมื่อหยิบLogitech G Pro X Superlight 2ขึ้นมาครั้งแรก สิ่งที่คุณจะรู้สึกได้ทันทีคือน้ำหนักที่เบาสุด ๆ เพียง 60 กรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นแรกถึง 3 กรัม แม้จะฟังดูไม่มากนัก แต่เชื่อเถอะว่าเวลาเล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมง ความเบานี้ช่วยลดความเมื่อยล้าของข้อมือได้อย่างเห็นได้ชัด
รูปทรงของเมาส์เป็นแบบ Symmetrical หรือสมมาตร แต่ปุ่มด้านข้างวางไว้ทางซ้ายเท่านั้น จึงออกแบบมาสำหรับผู้ใช้มือขวาเป็นหลัก ดีไซน์โดยรวมดูเรียบง่าย มินิมอล ไม่มีไฟ RGB หรือรายละเอียดเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไลน์ Pro ที่เน้นประสิทธิภาพมากกว่าความสวยงายฉูดฉาด
พื้นผิวของตัวเมาส์เคลือบด้วยวัสดุ Matte ที่จับสบาย ไม่ลื่นง่าย และที่สำคัญ ในกล่องมา Grip Tape ให้ด้วย ถ้าคุณเหงื่อออกง่ายหรือต้องการความแน่นในการจับเพิ่มเติม ก็สามารถติด Grip Tape เพิ่มได้ตามต้องการ
คุณภาพการประกอบโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ไม่มีเสียงดังแปลก ๆ เวลาเขย่า ช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนพอดี การอัปเกรดที่สำคัญอีกอย่างคือพอร์ตชาร์จที่เปลี่ยนจาก Micro-USB มาเป็น USB-C ในที่สุด ซึ่งทำให้สะดวกกว่าเดิมมาก เพราะไม่ต้องหาสายชาร์จพิเศษเฉพาะเมาส์อีกต่อไป หากคุณกำลังมองหาเมาส์เกมมิ่งที่เน้นดีไซน์และคุณภาพ รุ่นนี้ตอบโจทย์แน่นอน
ประสิทธิภาพการใช้งาน

เซ็นเซอร์ HERO 2: แม่นยำระดับ Pro
เซ็นเซอร์ HERO 2 ของ Logitech เป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นแรกที่โด่งดังอยู่แล้ว ความแม่นยำสูงมาก ไม่มี Smoothing, Acceleration หรือ Filtering ที่มาทำให้การเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติ DPI สูงสุดที่ 32,000 ก็เพียงพอสำหรับทุกการใช้งาน แม้จริง ๆ แล้วเกมเมอร์ส่วนใหญ่ใช้แค่ 400-1600 DPI เท่านั้น
ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจคือการปรับ Lift-off Distance (ระยะที่เมาส์ยังทำงานเมื่อยกขึ้น) ได้ตามต้องการ และสามารถ Calibrate DPI ให้ตรงกับเมาส์ตัวเดิมที่คุณเคยใช้ได้ ซึ่งช่วยให้ Sensitivity รู้สึกเหมือนเดิมเวลาเปลี่ยนเมาส์
ในการใช้งานจริง การ Tracking แม่นยำมาก ไม่มีปัญหา Jitter หรือ Skipping ทั้งในการเล่นเกม FPS อย่าง Valorant, CS2, Apex Legends หรือแม้แต่การใช้งานทั่วไป ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างเมาส์ไร้สายกับเมาส์มีสาย ต้องบอกว่าเทคโนโลยีไร้สายในปัจจุบันไม่แพ้สายจริง ๆ
Polling Rate 2,000 Hz
นี่คือจุดขายใหญ่ของรุ่น 2 ที่มี Polling Rate สูงถึง 2,000 Hz เร็วกว่ารุ่นแรกและเมาส์ทั่วไปที่มี 1,000 Hz เป็น 2 เท่า แปลว่าเมาส์จะส่งสัญญาณไปยังคอมพิวเตอร์ถี่ขึ้น ทำให้การตอบสนองเร็วขึ้นและ Motion Latency ต่ำลง
จากรีวิวของผู้ใช้งานจริง รู้สึกได้ชัดเจนว่ามันเร็วและแม่นยำกว่าจริง ๆ โดยเฉพาะในเกมที่ต้องการ Flick Shot แบบเร็วมาก อย่างไรก็ตาม คนที่ไม่ได้เป็น Pro Player หรือไม่ได้เล่นแบบแข่งขันจริงจัง อาจจะรู้สึกความแตกต่างไม่ชัดมากนัก
ข้อแลกเปลี่ยนคือแบตเตอรี่ ถ้าใช้ Polling Rate 2K Hz แบตเตอรี่จะอยู่ได้ประมาณ 50 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งยังถือว่าโอเคมาก เทียบกับที่โฆษณาไว้ 95 ชั่วโมงเมื่อใช้ค่า Default
สวิตช์ LIGHTFORCE
จุดเจ็บของ Logitech รุ่นเก่า ๆ คือปัญหา Double-Click ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งหลังใช้งานไปซักพัก แต่ใน Superlight 2 นี้ Logitech ใช้สวิตช์ใหม่ชื่อ LIGHTFORCE ที่ผสมเทคโนโลยี Optical และ Mechanical เข้าด้วยกัน
การทำงานจะเป็นแบบ Optical (ใช้แสง) ซึ่งไม่มีการสัมผัสกันของโลหะ ทำให้ไม่มีปัญหา Double-Click แบบสวิตช์ Mechanical ธรรมดา แต่ความรู้สึกเวลากดยังคงเป็นแบบ Mechanical ที่มีจุดคลิกชัดเจน ไม่นุ่มลุ่ย จากรีวิวของผู้ใช้งานจริง สวิตช์ LIGHTFORCE ให้ความรู้สึกคลิกที่ดี Tactile Feedback ชัดเจน และยังไม่มีรายงานปัญหา Double-Click
ฟีเจอร์เด่นและซอฟต์แวร์

Logitech G Hub
ซอฟต์แวร์ Logitech G Hub เป็นตัวที่ให้คุณปรับแต่งค่าต่าง ๆ ของเมาส์ได้
- ปรับ DPI (จำเป็น เพราะเมาส์ไม่มีปุ่ม DPI Switch)
- กำหนดฟังก์ชันปุ่มทั้ง 5 ปุ่ม
- ตั้งค่า Polling Rate (1K หรือ 2K Hz)
- ปรับ Lift-off Distance
- Calibrate DPI ให้เหมือนเมาส์ตัวเดิม
- สร้างโปรไฟล์สูงสุด 5 โปรไฟล์ (บันทึกในตัวเมาส์)
ซอฟต์แวร์โดยรวมใช้งานได้ไม่ยาก UI ดูทันสมัยดี แต่บางครั้งอาจมี Bug เล็กน้อย หรือกินแรมเยอะไปหน่อย ถ้าปรับค่าเสร็จแล้ว แนะนำให้ปิดซอฟต์แวร์ทิ้งไปได้เลย เพราะค่าต่าง ๆ บันทึกไว้ใน Onboard Memory แล้ว
ฟีเจอร์เพิ่มเติม
- Onboard Memory: เก็บโปรไฟล์ได้ถึง 5 โปรไฟล์ในตัวเมาส์ นำไปเสียบคอมไหนก็ยังใช้ค่าเดิมได้
- Grip Tape: มาให้ในกล่อง เพิ่ม Grip ตอนมือเหงื่อออก
- แบตเตอรี่ชาร์จเร็ว: ชาร์จไม่นาน แบตก็เต็มแล้ว สามารถใช้งานต่อได้เลย
ระบบไร้สาย LIGHTSPEED Wireless ของ Logitech มีชื่อเสียงมานานแล้วว่าเสถียรและเร็วเทียบเท่าเมาส์มีสายจริง ๆ ในการใช้งานจริง ไม่มีความล่าช้าหรือการตัดสัญญาณ แม้แต่น้อย เล่นเกมแบบแข่งขันได้สบาย ๆ หากคุณสนใจเมาส์เกมมิ่งไร้สายรุ่นอื่น ๆ ในปี 2025 ที่มีราคาหลากหลายช่วง สามารถเช็คเปรียบเทียบได้
ข้อดี vs ข้อเสีย

ข้อดี ✓
1. น้ำหนักเบาสุดในระดับ 60 กรัม
เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว คล่องตัว เหมาะกับการเล่น FPS ที่ต้องการ Flick Shot แบบเร็ว ๆ
2. ประสิทธิภาพระดับ Pro ไร้ที่ติ
เซ็นเซอร์ HERO 2 แม่นยำมาก ไม่มีปัญหา Tracking ระบบไร้สาย LIGHTSPEED เร็วเท่าสายจริง ๆ
3. สวิตช์ LIGHTFORCE แก้ปัญหา Double-Click
คลิกรู้สึกดี Tactile ชัดเจน ยังไม่มีรายงานปัญหา Double-Click อย่างรุ่นเก่า
4. Polling Rate 2,000 Hz
ตอบสนองเร็วกว่าเมาส์ทั่วไป เหมาะกับเกมเมอร์แข่งขันจริงจัง
5. แบตเตอรี่อึด ชาร์จผ่าน USB-C
ใช้ได้ 50-95 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า พอร์ต USB-C สะดวกกว่า Micro-USB เยอะ
6. คุณภาพการประกอบดี
รู้สึกได้ถึงความพรีเมียม ไม่มีเสียงดังแปลก ๆ
ข้อเสีย ✗
1. ราคาค่อนข้างสูง
3,990-5,350 บาท แพงกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน จ่ายเงินเพื่อแบรนด์และน้ำหนักเบาเป็นหลัก
2. มีปัญหา Firmware ที่ควรระวัง
ผู้ใช้หลายคนรายงานว่าหลังอัปเดต Firmware เซ็นเซอร์มีปัญหา Undertracking, False Movement และหมุนหน้าจอผิดทิศทาง คำแนะนำ: ถ้าใช้งานปกติดีอยู่แล้ว อย่าเพิ่งรีบอัปเดต Firmware
3. มีเพียง 5 ปุ่ม
ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการปุ่มเพิ่มเติมสำหรับ Macro หรือฟังก์ชันพิเศษ
4. Mouse Feet คุณภาพไม่ดีพอ
ผู้ใช้บางคนรายงานว่ามีเสียงขูดขีดบนแผ่นรองเมาส์บางรุ่น อาจต้องเปลี่ยนเป็น Aftermarket Feet
5. รูปทรงไม่เหมาะกับมือเล็ก
เหมาะกับมือขนาดกลางถึงใหญ่เท่านั้น คนมือเล็กอาจรู้สึกไม่สบาย
เปรียบเทียบกับคู่แข่ง

ในย่านราคาเดียวกัน มีคู่แข่งหลักอยู่ 2-3 ตัวที่น่าสนใจ
Razer Viper V3 Pro
Razer Viper V3 Proเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่หลายคนเปรียบเทียบกับ Superlight 2 น้ำหนักเบากว่าที่ 54 กรัม (เบาสุดในกลุ่ม) ราคาประมาณ 5,200 บาท มีฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงกัน รูปทรงแบน Lower Profile กว่า Superlight 2 เหมาะกับคนมือเล็กกว่า หากคุณสนใจรีวิวเจาะลึก Razer Viper V3 Pro สามารถอ่านเพิ่มเติมได้
ZOWIE EC2-DW
ZOWIE EC2-DWเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการรูปทรงแบบ Ergonomic ที่จับถนัดมือขวาเป็นพิเศษ น้ำหนัก 73 กรัม หนักกว่า Superlight 2 นิดหน่อย แต่ไม่มี RGB ไม่มีซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน เน้นความเรียบง่ายและความเสถียร ราคาประมาณ 4,500 บาท
Glorious Model O Wireless
Glorious Model O Wirelessเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า ราคาประมาณ 3,590 บาท น้ำหนัก 69 กรัม มีรูปทรงแบบสมมาตรคล้าย Superlight 2 แต่ใช้โครงแบบ Honeycomb (มีรู) ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบ
เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
ควรซื้อถ้าคุณ:
- เล่นเกม FPS แบบแข่งขัน ต้องการเมาส์ที่เบาและตอบสนองเร็ว
- มือขนาดกลางถึงใหญ่ จับแบบ Fingertip, Claw หรือ Palm Grip
- ต้องการคุณภาพระดับ Pro พร้อมจ่ายในราคาพรีเมียม
- ชอบเมาส์ไร้สายที่มีแบตอึด ไม่ต้องชาร์จบ่อย
- ต้องการอัปเกรดจากเมาส์ราคาประหยัด
ไม่ควรซื้อถ้าคุณ:
- งบจำกัด มีเมาส์คุณภาพดีในราคาถูกกว่ามากมาย
- มีรุ่นแรก (Superlight 1) อยู่แล้ว ไม่คุ้มค่าที่จะอัปเกรด
- มือเล็ก รูปทรงอาจไม่พอดีมือ
- ต้องการปุ่มเยอะ ๆ สำหรับ MMO หรือ MOBA
- ชอบเมาส์ที่มีไฟ RGB สวยงาม
สำหรับคนที่กำลังมองหาอุปกรณ์เกมมิ่งที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพการเล่นเกม เมาส์รุ่นนี้ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าถ้าคุณเล่นเกมจริงจัง
สรุปและคำแนะนำสุดท้าย

Logitech G Pro X Superlight 2 เป็นเมาส์เกมมิ่งระดับโปรที่ดีเยี่ยมจริง ๆ สำหรับคนที่เล่นเกม FPS แบบแข่งขันหรือต้องการประสิทธิภาพสูงสุด น้ำหนักเบา สวิตช์ดี เซ็นเซอร์แม่นยำ แบตเตอรี่อึด ครบเครื่องทุกอย่างที่เกมเมอร์ระดับสูงต้องการ
อย่างไรก็ตาม ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และถ้าคุณมีรุ่นแรกอยู่แล้ว การอัปเกรดมาเป็นรุ่น 2 อาจไม่คุ้มค่ามากนัก เพราะความแตกต่างไม่ได้มากมายขนาดนั้น แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาเมาส์ตัวแรก หรืออัปเกรดจากเมาส์ราคาประหยัด รุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าการลงทุนแน่นอน
คำแนะนำสุดท้าย: ถ้างบพอ และคุณเล่น FPS จริงจัง ซื้อเลยไม่ผิดหวัง แต่ถ้างบจำกัด ลองดูทางเลือกอื่นก่อน เช่น Logitech G305 หรือ Glorious Model O Wireless ที่ให้ประสิทธิภาพดีในราคาที่ต่ำกว่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Logitech G Pro X Superlight 2 แตกต่างจากรุ่นแรกอย่างไร?
ความแตกต่างหลัก ๆ คือ น้ำหนักเบาลง 3 กรัม (จาก 63g เหลือ 60g), ใช้สวิตช์ใหม่ LIGHTFORCE แทน Omron, Polling Rate สูงสุด 2,000 Hz แทน 1,000 Hz, พอร์ตชาร์จเป็น USB-C แทน Micro-USB และมี Grip Tape ให้ในกล่อง อย่างไรก็ตาม ถ้ามีรุ่นแรกอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้อัปเกรด เพราะความแตกต่างไม่มากพอ
2. Polling Rate 2,000 Hz รู้สึกได้จริงหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับระดับทักษะและประเภทเกมที่เล่น โปรเพลเยอร์และคนที่เล่น FPS แบบแข่งขันจะรู้สึกได้ชัดว่าการตอบสนองเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น แต่เกมเมอร์ทั่วไปอาจจะรู้สึกความแตกต่างไม่มากนัก ถ้าใช้ 2K Hz แบตจะลดลงเหลือประมาณ 50 ชั่วโมง
3. สวิตช์ LIGHTFORCE จะไม่มีปัญหา Double-Click จริงหรือ?
จากรีวิวของผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ยังไม่มีรายงานปัญหา Double-Click เหมือนรุ่นเก่าที่ใช้สวิตช์ Omron เพราะสวิตช์ LIGHTFORCE ใช้เทคโนโลยี Optical ที่ไม่มีการสัมผัสกันของโลหะ ทำให้ทนทานกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางคนรายงานว่าหลังใช้ 5-6 เดือน สวิตช์เริ่มรู้สึก Mushy หรือนุ่มลงเล็กน้อย
4. เมาส์รุ่นนี้เหมาะกับมือขนาดไหน?
เหมาะกับมือขนาดกลางถึงใหญ่ (ความยาวฝ่ามือ 17-20 ซม.) สามารถใช้ได้ทั้ง Fingertip, Claw และ Palm Grip ถ้ามือเล็กกว่านี้ อาจจะรู้สึกไม่สบายหรือจับไม่ถนัด แนะนำให้ลองดูทางเลือกอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น Razer Viper V3 Pro ที่มี Profile ต่ำกว่า
5. ปัญหา Firmware ที่มีรายงานควรกังวลหรือไม่?
มีผู้ใช้หลายคนรายงานว่าหลังอัปเดต Firmware โดยเฉพาะเวอร์ชันที่เพิ่ม 8K Hz ได้ เกิดปัญหาเซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาด เช่น Undertracking หรือหมุนหน้าจอผิดทิศทาง คำแนะนำ: ถ้าใช้งานปกติดีอยู่แล้ว ไม่ควรรีบอัปเดต Firmware รอให้ Logitech แก้ไข Bug ให้เรียบร้อยก่อน หรือศึกษารีวิวเพิ่มเติมก่อนอัปเดต
6. ต้องใช้ซอฟต์แวร์ G Hub ตลอดเวลาหรือไม่?
ไม่จำเป็น หลังจากตั้งค่าต่าง ๆ เสร็จแล้วผ่าน G Hub ค่าทั้งหมดจะบันทึกลงใน Onboard Memory ของเมาส์ คุณสามารถปิด G Hub ได้เลย และเมาส์ก็ยังใช้ค่าที่ตั้งไว้ได้ตามปกติ แนะนำให้ปิดเพื่อประหยัด RAM และลดโอกาสที่ซอฟต์แวร์จะมี Bug
7. คุ้มค่าที่จะซื้อในราคา 4,000-5,000 บาทหรือไม่?
ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ FPS ที่เล่นจริงจัง ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และพอจ่ายได้ ก็คุ้มค่า เพราะคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความทนทานอยู่ในระดับท็อป แต่ถ้างบจำกัด หรือเล่นเกมแบบสบาย ๆ ก็มีทางเลือกที่ดีในราคาถูกกว่ามากมาย เช่น Logitech G203 หรือ FANTECH X7S ที่ให้ประสิทธิภาพดีในราคาเพียง 500-1,000 บาท
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- RTINGS – Logitech G Pro X Superlight 2 Review
- Reddit Mouse Review Community – User Experiences
- Logitech Official – Product Specifications
💬 คุณใช้ Logitech G Pro X Superlight 2 อยู่หรือเปล่า? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลย!
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคีย์บอร์ดเกมมิ่ง, จอมอนิเตอร์ หรือเก้าอี้เกมมิ่ง เราก็มีรีวิวครบครันให้คุณเลือกอ่านเช่นกัน
